ชนกันเละเทะ สนั่นบนทางด่วน 5 คันรวด รถตู้-กระบะ-รถเก๋ง นักท่องเที่ยวเจ็บ ไม่ทันถึงสนามบิน บาดเจ็บ 8 ราย เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 16 ก.ย.2569 ศูนย์กู้ชีพโรงพยาบาลสมุทรปราการ รับแจ้งจากสายด่วน 1669 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนกันหลายคัน มีผู้บาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนทางพิเศษกาญจนาภิเษก ฝั่งมุ่งหน้าจากพระราม 2 ไปบางนา ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 8+950 ฝั่ง B ต.บางเทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมเจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เดินทางเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุบริเวณช่องทางขวาสุด พบรถคู่กรณีรวม 5 คัน ประกอบด้วย รถตู้ 3 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 1 คัน และรถกระบะ 1 คัน สภาพรถหลายคันได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะรถตู้โดยสารนักท่องเที่ยว ซึ่งมีร่องรอยการเฉี่ยวชนและได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้า ส่วนรถกระบะถูกชนจนด้านท้ายพังยับเยิน ขณะที่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน
จากการตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บรวม 8 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 3 ราย ซึ่งโดยสารมากับรถตู้คันที่เกิดเหตุ โดยนักท่องเที่ยวทั้งหมดเพิ่งเดินทางกลับจากการตีกอล์ฟ และกำลังมุ่งหน้าไปสนามบิน เพื่อเดินทางกลับประเทศ แต่ยังไม่ทันถึงสนามบินก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน
สำหรับอาการของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษทั้ง 3 ราย พบว่า 2 รายมีบาดแผลแตกบริเวณศีรษะ ส่วนอีก 1 รายมีบาดแผลฉีกขาดบริเวณใต้คาง ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 5 รายได้รับบาดเจ็บไม่มากนัก ส่วนใหญ่มีอาการจุกแน่นบริเวณหน้าอก เจ้าหน้าที่กู้ภัยให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง เพื่อเข้ารับการตรวจรักษา
นายธงชัย อายุ 53 ปี คนขับรถกระบะ เปิดเผยว่า ตนกำลังเดินทางไปสอนเทนนิสย่านลาดกระบัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถตู้ที่อยู่ด้านหน้าในช่องทางขวาเกิดหยุดกะทันหัน ทำให้รถที่ตามหลังกันมา จึงเปิดไฟฉุกเฉินและชะลอตัว ตนเห็นเหตุการณ์จึงหยุดรถได้ทัน พร้อมเปิดไฟฉุกเฉิน แต่รถตู้ที่อยู่ด้านหลังขับมาด้วยความเร็วและไม่ได้เบรก ทำให้พุ่งชนท้ายรถของตนอย่างแรง ก่อนที่รถจะไถลไปชนรถคันด้านหน้า
นายเจ อายุ 35 ปี ผู้โดยสารรถยนต์นั่งส่วนบุคคล กล่าวว่า กำลังเดินทางไป จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถคันข้างหน้าชะลอตัวและเปิดไฟฉุกเฉิน จึงหยุดรถตามได้ทัน พร้อมเปิดไฟฉุกเฉิน โดยรถของตนอยู่เป็นคันที่ 3 หลังจากรถหยุดได้สักพัก จู่ๆ ก็ถูกชนท้าย
ขณะที่นายมล อายุ 50 ปี คนขับรถตู้ กล่าวว่า กำลังพานักท่องเที่ยวกลับจากการตีกอล์ฟ เพื่อไปส่งที่สนามบินเพื่อเดินทางกลับประเทศ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถด้านหน้าเกิดชะลอตัว ทำให้ตนซึ่งขับตามมาในช่องทางขวาหยุดรถไม่ทัน จึงเกิดการชนขึ้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่การทางพิเศษฯ เข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายรถคู่กรณีออกจากช่องทางจราจร พร้อมประสานตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



