จบศึกที่ดิน! “อนันต์ชัย” ประกาศโฉนดวัดป่าอดุลยารามเป็นชื่อวัดแล้ว ด้านเจ้าอาวาส ขอไม่เอาผิด “แหวน ธานอส” ดูหมิ่นผ่านโลกโซเชียล ส่วนคดีปล่อยตามกระบวนการยุติธรรม

วันที่ 16 ก.ย.2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิกองทัพธรรม พร้อมด้วย นายประยุทธ ประเทศเสนา หรือ “มหาหมี” รองประธานมูลนิธิ น.ส.พัณณ์ชิตา ไชยเดช ทนายฟ้าใส ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว หลังจากที่เดินทางไปสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น โดยมีประชาชนที่ทราบข่าวจำนวนมากเดินทางมาที่วัดเพื่อรอฟัง

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า มูลนิธิกองทัพธรรมได้รับมอบหมายให้ดำเนินการในเรื่องการเปลี่ยนชื่อเจ้าของที่ดิน จากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม จากนั้นได้เริ่มดำเนินตามกระบวนเป็นระยะเวลาประมาณเดือนเศษ ในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งอนุมัติให้โอนที่ดินเปลี่ยนชื่อเจ้าของโฉนดที่ดินแล้ว โดยโฉนดที่ดินฉบับจริงทางวัดได้ให้สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้เก็บและดูแลรักษา

วันนี้ถือว่าเป็นวันดีที่ พร้อมขอกราบดวงวัญญาณของตาเฮียง พิมพ์ศรี และทายาทที่ล่วงลับไปแล้ว ท่านเป็นคนที่มีคุณูปการที่ได้มีการสร้างวัด ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา บุญกุศลในครั้งนี้ ผมว่าถ้าตาเฮียงรับรู้ได้บนสวรรค์ ท่านคงไปจุติที่ภพใหม่ที่สูงกว่าเดิม เพราะวันนี้ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม เป็นที่ดินที่ถูกต้องครบถ้วน การโอนที่ดินเป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม และขอปิดตำนานวัดป่าอดุลยาราม พร้อมขออนุโมทนาบุญ กับทุกคนที่ช่วยกันปกป้องรักษาวัดป่าอดุลยารามด้วย

ด้าน น.ส.พัณณ์ชิตา ไชยเดช หรือทนายฟ้าใส มูลนิธิกองทัพธรรม กล่าวว่า จากกรณีที่ นายวรเดช หรือแหวน ทานอส ที่มีการกล่าวให้ร้ายเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามในรายการโหนกระแสวันที่ 28 ส.ค.69 แล้วทางมูลนิธิกองทัพธรรมได้มาแถลงข่าวว่า หากลุงแหวนไม่มากราบขอขมาเจ้าอวาสวัดป่าอดุลยาราม ภายใน 7 วัน นั้น ทางมูลนิธิฯจะแจ้งความดำเนินคดี

ซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าอาวาสได้บอกว่า เรื่องดังกล่าวเจ้าอาวาสขอบิณฑบาตรกับมูลนิธิฯ เพื่อไม่ให้เอาเรื่องนายวนเดช และให้อภัยกับผู้ที่ดูหมิ่นเจ้าอาวาส ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวถ้าเจ้าอาวาสให้อภัย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ในส่วนเรื่องหมิ่นประมาททางมูลนิธิฯดูแลอยู่ 2 เรื่อง คือ หมิ่นประมาทคณะสงฆ์ ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 44 (และมาตรา 44 ตรี ที่แก้ไขเพิ่มเติม) และดูหมิ่นดูการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393

แต่ภายหลังรับฟังการรายงานเรื่องคดี หลวงพ่ออดุล ได้กล่าวกับตนเองและทีมทนายว่า “หลวงพ่อขอบิณฑบาตทนาย (นายวรเดช) ได้ไหม เพราะหลวงพ่ออยากให้อภัยกับผู้ที่ดูหมิ่นหลวงพ่อ” ซึ่งทีมทนายกองทัพธรรม ก็เห็นว่า เป็นสิ่งที่ดี และคดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัวบุคคล หากหลวงพ่อให้อภัยก็ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ซึ่งทางทนายกองทัพธรรม ก็จะไม่ดำเนินคดีกับนายวรเดช ตามความประสงค์ของหลวงพ่ออดุล

น.ส.พัณณ์ชิตา กล่าวต่อว่า ส่วนอีก 1 คดี คือ คดีบุกรุกวัด ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ไม่สามารถยกเลิกหรือยกเว้นได้ เนื่องจากคดีนี้เป็นอาญาแผ่นดิน หากหลวงพ่ออดุล ไม่ดำเนินการ ก็จะเข้าข่ายความผิด ฐานเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งกรณีนี้ทางทนายจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน