ชลบุรี สภาเมืองพัทยา อนุมัติงบฯ 9.6 ล้าน ติดตั้ง CCTV เพิ่ม 141 จุด ยกระดับความปลอดภัย ป้องปรามอาชญากรรม สร้างความมั่นใจ ประชาชน-นักท่องเที่ยว

17 ก.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาเมืองพัทยา สมัยสามัญ สมัยที่หนึ่ง ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา เสนอญัตติขออนุมัติโอนไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ สำหรับโครงการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพิ่มเติม บริเวณทางร่วม–ทางแยก ในเขตพื้นที่ชุมชนเมืองพัทยา วงเงิน 9,665,000 บาท

โครงการดังกล่าว อยู่ในความรับผิดชอบของ ฝ่ายการสื่อสาร ส่วนบริการและเผยแพร่วิชาการ สำนักยุทธศาสตร์และงบประมาณ ซึ่งมีภารกิจบริหารจัดการและควบคุมดูแลระบบกล้องวงจรปิดของเมืองพัทยาให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

โดยการติดตั้งเพิ่มเติมมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพื้นที่เฝ้าระวังภัยในชุมชนและจุดเสี่ยง รวมถึงสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมาก

ด้าน นายวสันต์ สุขขี สมาชิกสภาเมืองพัทยา ได้เสนอข้อคิดเห็นต่อโครงการ โดยระบุว่า การติดตั้งกล้อง CCTV ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Smart Living ภายใต้แนวทาง Smart City ของฝ่ายบริหาร ซึ่งมีความสำคัญต่อการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรูปแบบการจัดซื้อกล้องวงจรปิดแบบซื้อขาด โดยระบุว่า จากบทเรียนที่ผ่านมา กล้อง CCTV กว่า 2,000 ตัวที่จัดซื้อขาด สามารถใช้งานได้เพียงประมาณ 30% ขณะที่ระบบเช่าใช้ในปัจจุบันมีรายงานว่าสามารถใช้งานได้ถึง 99% เนื่องจากมีผู้ให้บริการดูแลระบบและเข้าดำเนินการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหา

การจัดซื้อขาดอาจมีข้อจำกัด ด้านการบำรุงรักษา โดยหากกล้องชำรุดอาจต้องใช้เวลาเปลี่ยนประมาณ 1–2 สัปดาห์ ส่วนสายใยแก้วนำแสงที่เสียหายอาจต้องตั้งงบประมาณซ่อมแซมเพิ่มเติม และใช้เวลานานถึง 3 เดือน ขณะที่ระบบเช่ามีผู้รับผิดชอบดูแลและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงการกำหนดจุดติดตั้งกล้องทั้ง 141 จุด ว่าได้นำผลการศึกษาจากการว่า จ้างที่ปรึกษาในอดีต ซึ่งเคยสำรวจจุดติดตั้งที่เหมาะสม เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ และเกิดความคุ้มค่าสูงสุด มาประกอบการพิจารณาโครงการครั้งนี้หรือไม่

นายวสันต์ ยังเสนอให้พิจารณาความเร่งด่วน ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด โดยเฉพาะในสถานศึกษา ยกตัวอย่างโรงเรียนเมืองพัทยา 8–10 ซึ่งใช้ระบบกล้องจากการจัดซื้อมาเป็นเวลานาน และมีอุปกรณ์ชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ในหลายส่วน

ส่วนโรงเรียนเมืองพัทยา 1–7 ที่ใช้ระบบเช่า ยังคงมีจุดอับและจุดเสี่ยงที่ต้องติดตั้งกล้องเพิ่มเติม เพื่อยกระดับความปลอดภัยของเด็กนักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษา

ทั้งนี้ สมาชิกสภาเมืองพัทยาได้ขอให้ฝ่ายบริหาร ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานให้ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบเช่า แต่ยังมีการเสนอขอจัดซื้อขาดในบางหน่วยงาน ซึ่งอาจทำให้สมาชิกสภา และประชาชน เกิดข้อสงสัยว่า รูปแบบใดเหมาะสม และคุ้มค่ากับการใช้งบประมาณมากกว่า

ขณะที่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ชี้แจงว่า ระบบเช่ากล้อง CCTV มีข้อดีคือ มีผู้ดูแลระบบโดยเฉพาะ หากกล้องเกิดปัญหา ผู้ให้บริการต้องเข้าดำเนินการแก้ไขภายใน 48 ชั่วโมง ทำให้สามารถรักษาประสิทธิภาพการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนข้อจำกัดของระบบเช่าในปัจจุบัน คือสัญญามีระยะเวลา 3 ปี ส่งผลให้บริษัทผู้ให้บริการต้องคำนวณค่าเสื่อมราคาของอุปกรณ์ภายในระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น ทำให้ต้นทุนค่าเช่าสูงขึ้น ทั้งที่กล้องวงจรปิดทั่วไปอาจยังไม่เกิดความเสียหายภายในระยะเวลา 3 ปี

แนวทางแก้ไขคือ การพิจารณาขยายระยะเวลาสัญญาเช่าจาก 3 ปี เป็น 5 ปี เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของเมืองพัทยา โดยเตรียมประสานงานกับทางจังหวัด เพื่อหารือเกี่ยวกับการปรับขยายกรอบระยะเวลาสัญญา

สำหรับการเปรียบเทียบระหว่างระบบเช่ากับการทำสัญญาบำรุงรักษา (MA) นายกเมืองพัทยาอธิบายว่า ทั้งสองรูปแบบมีเป้าหมายเดียวกัน คือการจัดให้มีผู้ดูแลระบบ แต่ระบบเช่าจะรวมการดูแลรักษาไว้ในสัญญาเดียว ขณะที่ MA เป็นการว่าจ้างดูแลรักษาแยกต่างหาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน