แฟนหนุ่มหึงโหด คว้ามีดแล่หมู ฆ่าอดีตแฟนวัย 50 เสียชีวิตคาห้อง ก่อนเดินหนีเข้าไปในตลาด สยองเมืองกาญจนบุรี ตร.เร่งสอบสวนไล่ล่าตัว
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 ก.ย.2569 ร.ต.ท.ธีระศักดิ์ แก้วมณี รองสว.สอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุมีหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณห้องเช่า เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงได้ประสานอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พร้อมด้วยแพทย์เรียนโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเดินทางเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านห้องแถว 2 ชั้น จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณห้องนอนชั้น 2 ของบ้าน พบร่างของผู้เสียชีวิตเป็นหญิง นอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ระหว่างซอกของที่นอน มีบาดแผลถูกฟันด้วยมีด เข้าที่บริเวณข้อมือ แขน และลำคอ เป็นบาดแผลฉกรรจ์
ทราบชื่อของผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมาคือ น.ส.จุฑารัตน์ อายุ 50 ปี ใกล้กับร่างของผู้เสียชีวิต ยังพบมีดแล่หมู ตกอยู่บนที่นอน 1 เล่ม ซึ่งคาดว่าจะเป็นอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ
สอบถามนายแนน ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องกับผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุคือนายต่อ อายุ 47 ปี ซึ่งเคยคบหาเป็นแฟนกับน.ส.จุฑารัตน์ และได้เลิกรากันไประยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังคงไปมาหาสู่กันเป็นระยะๆ
นายแนนเล่าต่อว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา นายต่อขี่รถจักรยานยนต์มาหาน.ส.จุฑารัตน์ที่บริเวณบ้านเช่า ก่อนจะขึ้นไปอยู่ด้วยกันที่บริเวณชั้น 2 ของบ้าน โดยที่ตนเองนอนอยู่บริเวณชั้นล่าง จากนั้นช่วงเช้าขณะกำลังนอนอยู่ที่ชั้นล่าง เห็นนายต่อเดินลงมาจากชั้น 2 และกำลังจะเดินออกไปจากบ้าน นายต่อหันมาบอกกับว่าให้ช่วยไปแจ้งตำรวจ เพราะนายต่อได้ลงมือฆ่าน.ส.จุฑารัตน์เรียบร้อยแล้ว
หลังพูดเสร็จ นายต่อเดินเข้าไปบริเวณตลาดสดชุกกระโดน เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนตนหลังได้ยินนายต่อพูดเช่นนั้น ก็ตกใจและรีบวิ่งไปแจ้งตำรวจที่บริเวณจุดบริการประชาชนหน้าตลาดสดชุกโดน ก่อนจะกลับมาพร้อมเจ้าหน้าที่และพบว่าน.ส.จุฑารัตน์ถูกฆ่าเสียชีวิต อยู่บริเวณห้องนอนชั้น 2 ของบ้านดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.พัจอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนภูธรเมืองกาญจนบุรีและชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พร้อมกระจายกำลังกันออกติดตามหาตัวของนายต่อ คาดว่าน่าจะยังคงหลบหนี อยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ
ส่วนประเด็นเรื่องของสาเหตุในการลงมือสังหารโหดครั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากเรื่องของความหึงหวง หรือเรื่องขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งจะต้องรอให้จับกุมตัวนายต่อให้ได้ก่อน เพื่อนำมาสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการก่อเหตุในครั้งนี้
ขณะเดียวกัน พ่อและแม่ขอน.ส.จุฑารัตน์ ได้เดินทางมาดูศพของลูกสาว โดยพ่อให้ข้อมูลว่า ลูกสาวออกจากบ้านไปตั้งแต่ประมาณ 17-18 ปีก่อน และไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านมาเป็นเวลานาน ซึ่งตนก็ไม่ทราบมาก่อนว่าน.ส.จุฑารัตน์มาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนี้ร่วมกับกลุ่มเพื่อน กระทั่งมาทราบเรื่องจากชาวบ้านซึ่งรู้จักกับน.ส.จุฑารัตน์ โทรไปแจ้งเรื่องให้ทราบ ซึ่งตนเองก็ไม่รู้จักกับนายต่อผู้ก่อเหตุและไม่ทราบถึงสาเหตุของการลงมือก่อเหตุในครั้งนี้แต่อย่างใด