เมื่อ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า วันนี้ (17 ก.ย. 69) ตนได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี นำเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. … ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ให้สามารถคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวมีประสิทธิภาพและมีกลไกและมาตรการในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ชัดเจนและสะดวกมากขึ้น เนื่องจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน มีบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน ขาดความชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลในครอบครัวซึ่งได้รับผลกระทบ รวมทั้งความไม่ชัดเจนสำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว เนื่องจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน มีบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน ขาดความชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลในครอบครัวซึ่งได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว รวมทั้งความไม่ชัดเจนสำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มีสาระสำคัญ แบ่งเป็น 5 หมวด ดังนี้ 1) การกระทำความรุนแรงในครอบครัว อาทิ กำหนดความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัว และการกำหนดบทบัญญัติคุ้มครองผู้แจ้งเหตุที่กระทำโดยสุจริต ให้ได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง 2) การคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว อาทิ กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุ , การจัดให้ผู้ถูกกระทำเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์ อยู่ในสถานที่ปลอดภัย และร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และการทำหน้าที่เป็นผู้จัดการรายกรณี เพื่อให้การคุ้มครองช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 3) การดำเนินคดี อาทิ กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามโฆษณาหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายโดยเท่าเทียมกัน , กำหนดเขตอำนาจศาลให้ชัดเจน กรณีเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่น และกำหนดให้มีการจัดทำแผนแก้ไขและป้องกันการใช้ความรุนแรงในชั้นศาล 4) การบูรณาการและการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน อาทิ กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการบูรณาการและการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การบริหารงบประมาณ การจัดเก็บข้อมูล และ 5) บทกำหนดโทษ อาทิ กำหนดโทษอาญา กรณีบุคคลในครอบครัวกระทำความผิด ตามมาตรา 6 และเพิ่มโทษหากการกระทำความผิดต่อเด็ก หรือเป็นการกระทำความผิดซ้ำภายใน 3 ปี รวมถึงกรณีผู้ใดลงพิมพ์โฆษณาหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนด้วยวิธีใดๆ ซึ่งภาพ เรื่องราว หรือข้อมูลใดๆ ที่อาจทำให้ทราบได้ว่าบุคคลใดเป็นผู้ถูกกระทำ หรือเป็นผู้กระทำ เว้นแต่เป็นไปตามข้อยกเว้น
นายนิกร กล่าวย้ำว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จะเป็นการสร้างมาตรการ กลไก และกระบวนงานที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน อันจะส่งผลให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนมีส่วนที่สามารถยับยั้งและลดปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาทางสุขภาพ ปัญหาทางการศึกษา และปัญหาทางสังคมด้านอื่น ๆ ทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมและประเทศ
ในอนาคต