ตำรวจทางหลวง ไล่ล่าจับระทึกไกลกว่า 100 กิโลเมตร แก๊งขนยาเสพติดซิ่งกระบะ-ฟอร์จูนเนอร์หนีลงใต้ มีอดีตตร.ถูกไล่ออกพัวพันยานรกทำให้หน้าที่นำทางคอยแจ้งพิกัดด่านตรวจ
วันที่ 18 ก.ย. 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. นำกำลังจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ก่อนจับกุมนายนาย อายุ 28 ปี นายวรวุธ อายุ 43 ปี และนายพิทักษ์ อายุ 28 ปี ของกลางยาบ้า 3 กระสอบ รวม 612,000 เม็ด รถกระบะโตโยต้ารีโว่ ทะเบียนกาญจนบุรี รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียนกาญจนบุรี และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง
คดีนี้สืบเนื่องจาก วันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจทางหลวงชุมพร ได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดลงภาคใต้ โดยมีปลายทางที่ จ.สุราษฎร์ธานี จึงเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบรถต้องสงสัย 2 คัน รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ขับนำหน้ารถกระบะโตโยต้ารีโว่ ห่างกันประมาณ 2 กิโลเมตร โดยขับนำในระยะห่างสม่ำเสมอ เชื่อว่าอาจทำหน้าที่เป็นรถนำสำรวจเส้นทาง

เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณให้รถกระบะหยุดตรวจ แต่คนขับเร่งเครื่องหลบหนีต้องประสานกำลังตำรวจทางหลวงเข้าสกัดและไล่ติดตามกว่า 100 กิโลเมตร จาก อ.ท่าแซะ ถึง อ.หลังสวน จ.ชุมพร สุดท้ายรถกระบะเสียหลักเฉี่ยวชนรถบรรทุก บริเวณ กม.20+200 ถนนสายเอเชีย ฝั่งขาล่องใต้ ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร รถพังขับต่อไม่ได้เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวนายนาย อายุ 28 ปี เป็นบุคคลไม่มีสัญชาติ ซึ่งเป็นคนขับไว้ได้ โดยพบกระสอบ 3 ใบใส่ยาบ้ารวม 612,000 เม็ดวางอยู่หลังเบาะคนขับ ให้ข้อมูล รับจ้างขนยาเสพติด ค่าจ้างเที่ยวละ 2 หมื่นบาท มีนายวรวุธ และ นายพิทักษ์ ทำหน้าที่ขับรถนำ สำรวจเส้นทาง และแจ้งพิกัดด่านตรวจตลอดทาง ทำครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2

ขณะที่กำลังอีกชุด ไล่ติดตามจับกุม รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ได้ที่ กม.6 ถนนสายเอเชีย ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร มีนายพิทักษ์ เป็นคนขับ และนายวรวุธ อดีตตำรวจที่ถูกให้ออกจากราชการเนื่องจากมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด นั่งอยู่เบาะข้าง ยอมรับว่า ร่วมกันทำหน้าที่สำรวจเส้นทางและแจ้งข้อมูลด่านตรวจให้กับนายนาย ซึ่งทำหน้าที่ขับรถลำเลียงยาเสพติดไปส่งลูกค้าที่ จ.สุราษฎร์ธานี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐฯ นำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป