นราธิวาส คดียิง สส.กมลศักดิ์ ศาลนัดสืบพยานนัดแรก 19 ม.ค. 70 จนถึง ก.พ. 70 กำหนดวัน สืบพยานทั้งหมด 15 นัด เจ้าตัวเผย ส่วนคดี ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล จะมีคำพิพากษาหรือกำหนดโทษอย่างไร ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ส่วนเราในฐานะโจทก์ มีสิทธิ ยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้

18 ก.ย. 69 – ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 9 ศาลจังหวัดนราธิวาส มีการนัดคุ้มครองสิทธิ์ตรวจพยานหลักฐานและตรวจสอบในคดี กรณีกลุ่มทหารและอดีตเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยนาวิกโยธินนราธิวาส

ร่วมกันนำรถยนต์ของ กอ.รมน.นราธิวาส และใช้อาวุธปืนของทางราชการ ก่อเหตุยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เมื่อกลางดึกของวันที่ 20 มี.ค. 69 ทำให้นายอุชลัมห์ โกะเลาะ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัส

ซึ่งการนัดคุ้มครองสิทธิ์ตรวจพยานหลักฐานและตรวจสอบในคดี โดยมี นายอับดุลเลาะห์ หะยีอาบู ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นทนายความของ นายกมลศักดิ์ สส.นราธิวาส ด้าน นายกิจจา อาลีอิเฮาะ ทนายความของนายอุชลัมห์ โกะเลาะ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ

เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม และทนายความ ของจำเลยทั้ง 5 ซึ่งประกอบเลย 5 จำเลย คือ 1. ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ซึ่งเป็นมือปืนผู้ลั่นไก 2. นายธนภัทร วัฒนภิญโญ มือปืน 3. นายอลาวี อาแว คนขับรถ 4. นายสมพร ลังเดช ผู้ประสานงานและชี้ ที่ทั้ง 4 คน ถูกคุมขังที่เรือนจำนราธิวาส และ 5. น.อ.มนตรี โตประเสริฐ ที่อยู่ในช่วงประกันตัว ได้เดินทางมาตามนัด ซึ่งตลอดทั้งวันทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย อยู่ในห้องพิจารณาคดี

ด้านนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ ศาลได้นัดคุ้มครองสิทธิและตรวจพยานหลักฐานในคดี เนื่องจากในการนัดครั้งที่แล้วได้มีการเลื่อนนัดไปหนึ่งครั้ง

ประเด็นสำคัญคือเรื่องเอกสารและสำนวนคดี ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการ โดยในส่วนของคดีที่จังหวัดนราธิวาส จะต้องส่งสำนวนไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และส่งต่อมายังส่วนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนราธิวาสว่า จะดำเนินการอย่างไร

ซึ่งในการนัดครั้งที่แล้วมีการเลื่อนออกไป เนื่องจากสำนวนที่ทางอัยการส่งมาปรากฏว่า เอกสารทั้งหมดอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยังไม่ได้ส่งกลับมายังศาล จึงมีการเลื่อนนัดมาเป็นวันนี้ ซึ่งเป็นนัดคุ้มครองสิทธิครั้งที่สอง

“ปรากฏว่าวันนี้สำนวนก็ยังไม่ได้กลับมา แต่ทางอัยการจังหวัดนราธิวาส ได้ดำเนินการคัดถ่ายเอกสารจากเอกสารที่ส่งมา เพื่อส่งกลับมาให้คู่ความในคดีได้ตรวจสอบ ดังนั้นวันนี้จึงมีการนัดตรวจพยานหลักฐาน พร้อมกับให้ทางฝ่ายอัยการแถลงว่า มีพยานที่จะนำเข้าสืบทั้งหมดกี่ปาก มีเอกสารหลักฐานอะไรบ้าง

และจากนั้น จึงจะกำหนดวันนัดสืบพยานต่อในเบื้องต้น ทางศาลได้สอบคำให้การของจำเลยทั้ง 5 คน ได้แก่ สมพร, อลาวี, ธนภัทร, วิโรจน์ และ จ่ามนตรี ตั้งแต่นัดที่แล้ว ในการนัดครั้งที่แล้วทางฝ่ายธนภัทรกับอาลาวีรับสารภาพในข้อหาพยายามฆ่า ส่วนจำเลยอีก 3 คนปฏิเสธข้อกล่าวหา

โดยวันนี้ศาลก็ได้ย้ำถามคำให้การอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเท่าที่ปรากฏ ทางธนภัทรกับอรวี ยังคงยืนยันรับสารภาพ ส่วนจำเลยอีก 3 คนก็ยังยืนยันปฏิเสธและต่อสู้คดี ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ” นายกมลศักดิ์ กล่าว

ด้าน นายกมลศักดิ์ ได้ตอบข้อซักถามถึงความเชื่อมั่นว่า ในคดีนี้มีจำเลยให้การรับสารภาพ 2 คนแล้ว สามารถขยายผลไปเอาผิดจำเลยอีก 3 คนได้หรือไม่ ว่า ก็ต้องดูคำให้การของจำเลยที่รับสารภาพด้วยว่า มีการพูดถึงหรือพาดพิงถึงจำเลยอีก 3 คน ที่ปฏิเสธในคดีนี้อย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตามคดี ก็น่าจะดำเนินการไปจนถึงที่สุด และในส่วนของคดีก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่า จะมีคำพิพากษาหรือกำหนดโทษอย่างไร ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ส่วนเราในฐานะโจทก์ก็มีสิทธิที่จะยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้

ด้าน นายกิจจา อาลีอิเฮาะ ทนายความของ นายอุชลัมห์ โกะเลาะ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามซึ่งเป็นโจทก์ร่วม เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีรอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าวันนี้ ศาลจังหวัดนราธิวาสได้กำหนดเป็นวันนัดคุ้มครองสิทธิ ตรวจพยานหลักฐาน และสอบคำให้การจำเลยทั้ง 5 คน ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ

สำหรับวันนี้อัยการซึ่งเป็นโจทก์ในคดี ได้ยื่นบัญชีพยานต่อศาล โดยมีพยานบุคคลที่อัยการอ้างไว้ทั้งหมดประมาณ 92 ปาก ส่วนที่เหลือเป็นพยานเอกสาร รวมแล้วบัญชีพยานของอัยการมีมากกว่า 200 รายการที่ยื่นต่อศาล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพยานบุคคลนั้น อัยการประสงค์ที่จะนำเข้าสืบจริงประมาณ 37 ปาก ส่วนฝ่ายผู้เสียหาย วันนี้มีผู้เสียหายที่ 2 และผู้เสียหายที่ 3 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดี ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้เสียหายทั้งสองรายเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมแล้ว

สำหรับ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ขณะนี้ยังไม่ได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ แต่ตามกฎหมายยังมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมได้ โดยสามารถยื่นได้จนถึงก่อนที่การสืบพยานจะเสร็จสิ้น
ในส่วนของจำเลยทั้ง 5 คน

สำหรับคำให้การของจำเลย วันนี้จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพ ขณะที่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 ให้การปฏิเสธ และอ้างพยานฝ่ายจำเลยจำนวน 2 ปาก

ดังนั้นการสืบพยานในคดีนี้จะประกอบด้วยการสืบพยานโจทก์ การสืบพยานโจทก์ร่วม ซึ่งก็คือผู้เสียหายที่ 2 และผู้เสียหายที่ 3 รวมถึงการสืบพยานฝ่ายจำเลย

โดยศาลได้กำหนดวันนัดสืบพยานไว้ทั้งหมด 15 นัด โดยจะเริ่มสืบพยานนัดแรกในวันที่ 19 มกราคม 2570 และกำหนดต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ตามตารางที่ศาลกำหนดไว้ หากเป็นไปตามกำหนดการ คาดว่า การสืบพยานในคดีจะแล้วเสร็จประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ 2570

สำหรับวันที่ 19 มกราคม 2570 ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานนัดแรก จะเริ่มจากการสืบพยานฝ่ายโจทก์ โดยฝ่ายโจทก์มีจำนวนวันสืบพยานที่ขอไว้ทั้งหมด 10 นัด หลังจากฝ่ายโจทก์สืบพยานเสร็จทั้ง 10 นัดแล้ว จะเป็นการสืบพยานฝ่ายโจทก์ร่วม ซึ่งหมายถึงผู้เสียหายที่ 2 และผู้เสียหายที่ 3 อีกจำนวน 3 นัด ซึ่งศาลได้อนุญาตตามที่ขอไว้ ส่วนวันนัดที่เหลืออีก 2 นัด จะเป็นการสืบพยานฝ่ายจำเลย

ในส่วนกรณีคำให้การของจำเลย สำหรับจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 นั้น ตามที่กล่าวไปคือมีการให้การรับสารภาพ ขณะที่จำเลยที่ 1 รวมถึงจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 ให้การปฏิเสธ โดยในส่วนนี้รายละเอียดของคำให้การและพยานหลักฐานจะต้องติดตามต่อไปในการสืบพยานตามที่ศาลกำหนด

ในส่วนของนายเดโชนั้น เดิมพนักงานสอบสวนได้มีคำสั่งหรือมีความเห็นสั่งฟ้องในคดี โดยพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่าควรดำเนินคดีในข้อหาสนับสนุน แต่เมื่อสำนวนคดีไปถึงพนักงานอัยการ อัยการได้พิจารณาสำนวนแล้วมีคำสั่งไม่ฟ้อง

อย่างไรก็ตาม กระบวนการตามกฎหมายยังไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่การมีคำสั่งของอัยการ เนื่องจากตามขั้นตอนจะต้องมีการส่งสำนวนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญ และประชาชนให้ความสนใจ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด

เพื่อให้มีการพิจารณาความเห็นเกี่ยวกับคดีดังกล่าวว่า จะมีความเห็นแย้งหรือเห็นด้วยกับความเห็นของพนักงานอัยการในพื้นที่ ซึ่งมีคำสั่งไม่ฟ้องหรือไม่ หากสำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นแย้ง ก็จะมีผลให้ต้องดำเนินการนำตัว นายเดโช เข้าสู่กระบวนการฟ้องคดีต่อไป

และหากมีการนำตัวมาฟ้องในระหว่างที่คดีนี้อยู่ระหว่างการสืบพยาน ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการนำคดีดังกล่าวมารวมพิจารณากับคดีนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขั้นตอนและคำสั่งของศาล

สำหรับข้อกล่าวหาของนายเดโชนั้น เป็นข้อหาสนับสนุน ซึ่งเป็นข้อหาเดียวกับที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง เช่นเดียวกับกรณีของนายมนตรี ขณะนี้สำนวนอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเห็นตรงกันกับพนักงานอัยการ คือมีความเห็นให้สั่งไม่ฟ้อง ก็ถือว่ากระบวนการในส่วนนี้สิ้นสุด

แต่หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเห็นแย้งกับอัยการ กล่าวคือเห็นว่าคดีนี้ควรดำเนินการฟ้อง ก็จะต้องส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้มีการวินิจฉัยชี้ขาดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน