กาญจนบุรี เสี่ยเจ้าของรีสอร์ต แจ้งความ สาวคนไทย ค้างค่าเช่า เผ่นหนี ถอดแอร์ 4 ตัว รื้อสถานพังเสียหายยับ แถมชวน ทหารยศสิบเอก ร่วมก่อเหตุด้วย

18 ก.ย. 69 – นายรพี ชำนาญเรือ พร้อม นายพิพัธร เฉลิมสุขสันต์ เสี่ยหนุ่ม เจ้าของรีสอร์ต ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เข้าพบ ร.ต.ท.ธนวัฒน์ นครพิน รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี

เพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับการแจ้งความเมื่อ วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมาว่า ตนได้รับความเสียหายจากการที่ผู้เช่าค้าค่าเช่าและหนีออกที่เช่าโดยถอดแอร์ไป 4 ตัวและสร้างปัญหาทิ้งไว้จำนวนมาก

โดย นายพิพัธร เฉลิมสุขสันต์ ให้การเบื้องต้นว่า ตนเป็นเจ้าของ ต.แก่งเสี้ยน อ. เมือง จ. กาญจนบุรี โดยได้มี นางสาววิ เป็นผู้เช่าบ้านดังกล่าว โดย เริ่มเช่าตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566 โดยตกลงกันว่าทำสัญญาเข่าปีต่อปี ตกลงค่าเช่า ปีละ 300,000 บาท และ นายพิพัธร เฉลิมสุขสันต์ ได้รับค่าเช่าจำนวน 250,000 บาท คงค้างอยู่ 50,000 บาท

ต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม 2567 นางสาววิ ผู้เช่า ได้ทำสัญญาเช่า อีก 1 ครั้ง โดยเริ่ม เช่าวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง วันที่ 1 ตุลาคม 2568 คิดค่าเช่าปีละ 300,000 บาท โดยผ่อนจ่าย (เดือนละ 25,000 บาท) และได้รับค่าเช่าจำนวน 50,000 บาท

จากนั้น นางสาววิ ผู้เช่า ไม่ได้ชำระค่าเช่าเพิ่มเติมแต่อย่างใด จนหมดสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ตนในฐานะผู้ให้เช่า ได้ทวงถาม ค่าเช่าจาก นางสาววิ แต่ นางสาววิ ผู้เช่า แจ้งว่า ขอเช่าต่อ อีก 1 ปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ไปจนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 คิดค่าเช่าปีละ 300,000 บาท โดยจ่ายเงินให้ผู้เช่า อีกจำนวน 25,000 บาท เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569

ต่อมา ตนพบว่า เมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2569 นางสาววิ ผู้เช่าได้มีการขนย้ายสิ่งของออกจาก ต.แก่งเสี้ยน 2 อ.เมืองจ จ.กาญจนบุรี ไป โดยไม่แจ้งให้ นายพิพัธร เฉลิมสุขสันต์ ผู้ให้เช่ารับทราบ ซึ่ง ตนเป็นผู้ให้เช่าจึงได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณบ้านที่ทำสัญญาเช่า พบว่า นางสาววิ ผู้เช่า ได้ขนของออกจากบ้านและมีทรัพย์สินของผู้ให้เช่าได้รับความเสียหายดังนี้

Compressor แอร์สูญหายจำนวน 4 ตัว ชุดเตียงนอนพร้อมเครื่องนอน ได้รับความเสียหาย โซฟาภายในบ้านได้รับความเสียหายมีร่องรอยการ ขูด ขีดของสัตว์เลี้ยงที่ให้เช่า แอร์ภายในบ้านเช่า จำนวน 1 ตัว ที่อยู่ภายในบ้านเช่า ได้สูญหายไป ซึ่งทรัพย์สินภายในบ้านเช้าเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าเท่านั้น

ผู้เช่า มีสิทธิ์ใช้ทรัพย์เท่านั้นไม่มีสิทธิ์เคลื่อนย้ายหรือจำหน่ายจ่ายแจกหรือกระทำการใด โดยที่ผู้ให้เช่าไม่ได้รับอนุญาต ผู้เช่าจึงเชื่อว่า นางสาววิ มีเจตนาทุจริตเบียดบังทรัพย์สินเป็นของตนเอง โดยที่ผู้ให้เช่าไม่อนุญาต แต่อย่างใด จึงประสงค์ร้องทุกข์/กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีกับ นางสาววิภาพรรณ์ วัฒน์ศิริโสภณ ตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

หลังการให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนแล้ว นายรพี ชำนาญเรือ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากผู้ประกอบกิจการธุรกิจโรงแรมรีสอร์ตเนี่ย ได้ให้คู่สามีภรรยา และพวก มาเช่าที่รีสอร์ต แล้วก็มีการค้างค่าเช่า แล้วก็มีความเสียหายเนี่ยในเรื่องของค่าเช่าเนี่ยประมาณ 500,000 กว่าบาท

​ที่สำคัญน มีการทิ้งเศษซากวัสดุก่อสร้างต่างๆ แล้วก็มีการอาคารเนี่ยเสื่อมโทรม มีการต่อเติม มีการรื้อ แล้วก็มีทรัพย์ที่หายไปด้วย ทางผู้ประกอบกิจการรีสอร์ตเนี่ยได้เข้าแจ้งความเนี่ยเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จนมาถึงวันนี้เนี่ยประมาณ 20 กว่าวัน

“โชคดีได้รับ การประสานงานผ่านทาง พลตำรวจตรี พัสวีร์ เรืองภู่ ผู้การจังหวัดกาญจนบุรี ได้ประสานมายังทางผู้กำกับ สภ. กาญจนบุรี แล้วก็ให้ทางร้อยเวรเนี่ยได้สืบสวนสอบสวนผู้ประกอบกิจการรีสอร์ตเนี่ยเพิ่มเติม เพื่อที่จะได้ติดตามคู่สามีภรรยาที่มีสามีเนี่ยเป็นชาวต่างชาติ ให้มารับผิดชอบ

เป็นอุทาหรณ์สอนใจ ในเรื่องของการทำสัญญา ให้เช่าห้อง เช่ารีสอร์ต กับชาวต่างชาติ ที่มีภรรยาเป็นคนไทย รู้หน้าไม่รู้ใจ ก็มีการค้างค่าเช่า มีการบ่ายเบี่ยง ที่สำคัญเนี่ยที่สร้างความเจ็บช้ำก็คือว่า ในวันที่ออก ก็เสมือนว่า ลักษณะว่าไม่บอกกล่าวผู้ที่ให้เช่า แล้วก็หนีออกไป ทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่าเนี่ยขาดหายไป”

ทางผู้ประกอบกิจการ เลยได้มาแจ้งความ ตอนนี้ ทางร้อยเวรเนี่ยก็ได้สอบเพิ่มเติมกับเจ้าของกิจการอยู่ ก็อยากให้พี่น้องธุรกิจบ้านเช่า รีสอร์ต โรงแรม ที่จะให้เช่า ในเรื่องของการทำสัญญาต้องให้รัดกุม ที่สำคัญต้องหมั่นไปตรวจสอบ ผู้เช่า ว่ามีความเป็นอยู่แบบไหน สิ่งของอะไรเราหายไปหรือไม่

​เรื่องนี้ คนกระทำ เปรียบเสมือนว่าน่าจะรู้เทคนิคของข้อกฎหมาย แล้วที่สำคัญมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นทหารเนี่ย ยศสิบเอก เข้ามาร่วมด้วย ในเรื่องของการขนของออกไป

เบื้องต้นผมได้ประสานกับทาง ผู้บังคับบัญชาเขา ให้นายทหารท่านนี้ ยศสิบเอก เข้ามาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่จะได้รู้ว่าวันนั้นที่ขนของออกไปเนี่ย ท่านเอาอะไรออกไปบ้าง ตอนนี้สร้างความทุกข์ให้กับผู้ประกอบกิจการรีสอร์ตท่านนี้มาก แล้วเป็นคนของจังหวัดกาญจนบุรี พวกเราต้องช่วยกัน

“รู้หน้าไม่รู้ใจ แล้วเราก็ไม่รู้หรอกว่า คู่สามีภรรยาแบบนี้ไปก่อเหตุแบบนี้กับใครอีกบ้าง ถ้าเกิดใครมีข้อมูลข่าวสาร ขอให้แจ้งมาทางผม ก็จะได้รวบรวมพยานหลักฐานเนี่ย ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเนี่ย ได้ประสานงานกับคนที่ก่อเหตุเข้ามาพูดคุยกับผู้ประกอบกิจการรายนี้” นายรพีกล่าวท้ายสุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน