สส.ภูเก็ต จี้สาวเส้นเงิน ปมด่านตรวจยาเสพติดถลาง อ้างพบหลักฐานโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล ตั้งคำถาม “เงินไปอยู่ที่ไหน และใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์”

วันที่ 20 ก.ย.69 จากกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจยาเสพติดในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินจากผู้ถูกควบคุมตัวเพื่อแลกกับการปล่อยตัว อ่านข่าว ผู้ว่าฯภูเก็ต สั่งเปลี่ยน อส. ยกชุด หลังใช้ด่านตรวจยารีดไถเงินชาวบ้าน

ล่าสุด นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า มีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเส้นทางการเงิน โดยตั้งข้อสังเกตว่าบางกรณีอาจมีการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่น และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด

นายเฉลิมพงศ์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับด่านตรวจยาเสพติดในพื้นที่ อ.ถลาง โดยผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างว่ามีการเรียกเงินจากผู้ถูกควบคุมตัวเพื่อแลกกับการปล่อยตัว จำนวนแตกต่างกันตั้งแต่ประมาณ 6,000–15,000 บาท และข้อมูลดังกล่าวได้ถูกนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ก่อนหน้านี้

ล่าสุด เจ้าตัวระบุว่า มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโอนเงิน โดยนำภาพหลักฐานรายการโอนเงินจากธนาคารมาเผยแพร่ ซึ่งในภาพปรากฏรายการโอนเงินจำนวน 6,500 บาท และอีกภาพเป็นรายการโอนเงินจำนวน 10,000 บาท โดยมีการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้องบางส่วน

นายเฉลิมพงศ์ ตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียนจริง การตรวจสอบไม่ควรหยุดเพียงการสอบถามว่าใครเป็นผู้เรียกรับเงิน แต่ควรตรวจสอบต่อว่า เงินถูกโอนไปยังบัญชีของใคร ใครเป็นผู้ใช้บัญชี มีการโอนต่อหรือถอนเงินออกจากบัญชีหรือไม่ รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับด่านตรวจหรือไม่

ทั้งนี้ นายเฉลิมพงศ์ ระบุว่า แม้บัญชีที่ใช้รับเงินอาจเป็นเพียงบัญชีของบุคคลหนึ่ง แต่ประเด็นสำคัญคือ ต้องตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากเงินดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทั้งผู้ปฏิบัติ ผู้บังคับบัญชา ผู้สั่งการ และบุคคลที่อาจได้รับผลประโยชน์

ก่อนหน้านี้จากข้อร้องเรียนดังกล่าว จังหวัดภูเก็ตได้มีการเปลี่ยนชุด อส.ที่ถูกร้องเรียนและจัดกำลังชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบว่ามีการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องการเรียกรับเงินและเส้นทางการเงินดังกล่าวยังเป็นข้อกล่าวอ้างและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีข้อสรุปว่ามีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดกระทำผิดตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

นายเฉลิมพงศ์ ยังเรียกร้องให้จังหวัดภูเก็ต กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบหลักฐานทางการเงินและเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อประชาชน โดยมองว่าคำถามสำคัญของกรณีนี้ไม่ใช่เพียงว่า “ใครเรียกเงิน” แต่ต้องตรวจสอบต่อว่า “เงินไปอยู่ที่ไหน และใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน