จากกรณี น.ส.มาริษา วิลัยกรวด หรือน้องมด อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก 31 เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถกู้ชีพพุ่งชนรถบรรทุก 6 ล้อ ขณะเร่งไปให้การช่วยเหลืออบุัติเหตุรถบัสพลิกคว่ำ บริเวณถนนสาย 24 สีคิ้ว-เดชอุดม ช่วง กม.ที่ 41-42 เขตบ้านมาบเชือก ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว หวิดโศกนาฏกรรม! รถบัสเสียหลักพุ่งไถลพังยับ เจ็บระนาว 19 คน เสียงหวีดร้องลั่น อ่านข่าว ช็อกซ้ำ! กู้ภัยรุดช่วยเหตุบัสคว่ำ เสย 6 ล้อรถตู้พังยับ สลดสาวอาสาสมัครดับ เพื่อนเจ็บ 2 อ่านข่าว เพื่อนอาลัย “น้องมด” สาวกู้ภัย ดับเพราะรีบไปช่วยรถบัสคว่ำ เผยเตรียมกลับไปเรียนต่อที่เยอรมัน
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 3 พ.ค. นางวาสนา วิทเซนเฮาส์เซอร์ แม่ของน้องมด ได้เดินทางมาจากเยอรมัน มาที่วัดใหม่อินทราราม ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อมาร่วมในงานศพลูกสาว โดยมีนายไฮซ์โค วิทเซนเฮาส์เซอร์ สามีชาวเยอรมัน, น.ส.แพรวา วิลัยกรวด น้องสาว และญาติๆ ที่อยู่ในประเทศเยอรมันเดินทางมาด้วยประมาณ 6-7 คน
ทันทีที่นางวาสนา ก้าวลงมาจากรถก็ได้ร้องไห้โฮแทบขาดใจ และโผเข้ากอดนายมารุต วิลัยกรวด ลูกชายคนโตทันที ส่วนนายไฮซ์โค พ่อเลี้ยงชาวเยอรมัน ก็ร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมากเช่นกัน หลังจากนั้นทั้งหมดได้ขึ้นไปบนศาลาการเปรียญ และทันทีที่เห็นโลงศพลูกสาว นางวาสนา ถึงกับเป็นลม จนญาติๆ ต้องนำยาดมมาให้กันอย่างชุลมุน ขณะที่นายไฮซ์โค พ่อเลี้ยงถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นร้องไห้อย่างหนัก ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันจุดธูปต่อหน้าโลกศพของน้องมด ซึ่งบรรยากาศช่วงนี้เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ระงมเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างมาก
นางวาสนา เปิดเผยว่า ลูกสาวคนนี้ได้เดินทางไปอยู่ที่ประเทศเยอรมันกับตนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และมีความตั้งใจเรียนหนังสืออย่างมาก โดยเคยเล่าให้ตนฟังว่าชอบงานด้านช่วยเหลือสังคมสงเคราะห์ และถ้าเรียนจบแล้วอยากจะเป็นพยาบาล ดังนั้นเมื่อเขาเรียนจบระดับไฮสคูลแล้ว จึงได้ขออนุญาตเดินทางมาเยี่ยมญาติที่เมืองไทย โดยพักอยู่กับย่าที่ ต.บ้านใหม่ ต่อมาจึงได้สมัครเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือกู้ภัยของมูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 นครราชสีมา เนื่องจากต้องการที่จะฝึกงาน เพื่อเพราะต้องการใบผ่านการฝึกงานหน่วยกู้ภัยไปประกอบการสมัครระดับมหาวิทยาลัยที่เยอรมัน
ทั้งนี้ตนก็ได้โทรศัพท์มาสอบถามสารทุกข์สุขดิบของลูกสาวตลอดเวลา เพราะเป็นห่วงในความปลอดภัย ซึ่งลูกสาวก็บอกว่าสบายดี ชอบงานด้านนี้มาก แม้ว่าจะครบชั่วโมงการฝึกงานไปแล้ว ลูกสาวของตนก็ยังมาช่วยงานกู้ภัยต่อ เพราะอยู่ระหว่างที่รอตนมารับกลับประเทศเยอรมันในวันที่ 17 พ.ค. ซึ่งน้องมดพูดเสมอว่าถ้าได้ทำงานเป็นพยาบาลแล้ว จะเลี้ยงดูพ่อ แม่ อย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร
ทั้งนี้ตนก็ไม่ได้โทษคนขับรถ เพราะเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ โดยพร้อมที่จะให้อภัยคนขับรถกู้ภัยคันดังกล่าว เพียงแต่ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวของตนเอง จึงอยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับหน่วยกู้ภัยทุกคน ว่าอย่าขับรถเร็ว อย่าประมาท โดยขอให้น้องมดเป็นคนสุดท้ายที่ต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์เช่นนี้ ส่วนตอนนี้ไปก็จะขอบำเพ็ญกุศลศพของลูกสาวตามประเพณีก่อน หลังจากนั้นก็จะนำอัฐิส่วนหนึ่งไปลอยอังคารในแม่น้ำที่จังหวัดนครราชสีมา และส่วนหนึ่งกลับไปประเทศเยอรมันด้วย
สำหรับกำหนดการณ์งานศพ น.ส.มาริษา วิลัยกรวด หรือน้องมด อาสาสมัครกู้ภัยฮุก 31 จะมีพิธีสวดอภิธรรมศพทุกคืนเป็นเวลา 5 วัน หลังจากนั้นจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 5 พ.ค. เวลา 16.00 น. ที่เมรุวัดใหม่อินทราราม ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งจะมีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เดินทางมาเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพในครั้งนี้ด้วย