สลด คู่อริบุกบ้านโจ๋วัย17 พลทหาร กลับมาพักรักษาอาการป่วยที่บ้าน เปิดประตูออกมาดูก่อน ถูกยิงเสียชีวิตแทนหลานชาย แม่ เผยเศร้า คาดสาเหตุอริตามมาก่อเหตุ

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 23 ก.ย.2569 พ.ต.ท.มานพ ทองพลับพลา สารวัตร(สอบสวน) สภ.ละหานทราย รับแจ้งเหตุยิงกันที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยและชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านพบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ พลทหารวัชรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี สังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่ง สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณศีรษะนอนจมกองเลือดเสียชีวิต

พลทหาร

สลด คู่อริบุกบ้านโจ๋วัย17 พลทหาร กลับมาพักรักษาอาการป่วยที่บ้าน เปิดประตูออกมาดูก่อน ถูกยิงเสียชีวิตแทนหลานชาย แม่ เผยเศร้า คาดสาเหตุอริตามมาก่อเหตุ

ใกล้กันพบ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นหลานชายของผู้เสียชีวิต ถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนซ้าย เจ้าหน้าที่จึงเร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลละหานทรายเพื่อรักษาอาการ

จากการสอบถาม นางทะเยย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี แม่ของพลทหารที่เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำและถูกเกณฑ์ทหาร แต่เนื่องจากป่วยเป็นวัณโรค ทางค่ายทหารเกรงว่าจะเกิดการแพร่เชื้อ จึงอนุญาตให้กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา

พลทหาร

ก่อนเกิดเหตุช่วงกลางดึก มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้ามาเร่งเครื่องเสียงดังอยู่บริเวณหน้าบ้าน ลูกชายและหลานชายจึงเปิดประตูบ้านออกมาดู จากนั้นตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด จึงรีบวิ่งออกมาดู พบว่าลูกชายถูกยิง จึงรีบแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราย

นางทะเยย กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าอุกอาจ และเชื่อว่าสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับหลานชาย ซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านเนื้อย่างแห่งหนึ่งในตัว อ.ละหานทราย และก่อนหน้านี้อาจมีเรื่องเขม่นกับกลุ่มวัยรุ่นต่างหมู่บ้าน จึงคาดว่าอาจมีการติดตามมาก่อเหตุ แต่ลูกชายเป็นผู้เปิดประตูออกไปก่อน จึงถูกยิงแทนหลานชาย

ขณะที่ ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงรถเร่งเครื่องยนต์ และเห็นกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์วิ่งผ่านไปมาหลายรอบ ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด อยากถามถึงรัฐบาลทำไมให้ปืนเถื่อนระบาดมากขนาดนี้

เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบประเด็นความขัดแย้งของกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน