นครสวรรค์อ่วม น้ำทะลักท่วม สถานีรถไฟหัวงิ้ว ฝนถล่ม กระทบชาวบ้าน 60 หลังคาเรือน ยังไม่สามารถกลับเข้าไปพักอาศัยได้ตามปกติ
วันที่ 27 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหัวงิ้ว ต.เนินมะกอก อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งวันในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณสถานีรถไฟหัวงิ้ว ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งบริเวณสถานีและแนวราง จนการรถไฟฯ ต้องสั่งหยุดเดินรถผ่านพื้นที่เป็นการชั่วคราว
จากการตรวจสอบล่าสุด พบว่า ระดับน้ำภายในสถานีลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ยังมีฝนตกลงมาเป็นระยะ และบริเวณรางรถไฟทั้งฝั่งขาขึ้นและขาล่องยังมีน้ำท่วมขังอยู่ แต่สถานการณ์โดยรวมดีขึ้นกว่าวันก่อน ขณะที่การเดินรถไฟสามารถกลับมาให้บริการผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ตามปกติแล้ว
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญยังคงอยู่ที่เส้นทางเข้าสถานี เนื่องจากถนนที่มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟหัวงิ้วยังมีน้ำท่วมสูงบางช่วงถึงระดับเอว เป็นระยะทางประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดเส้นทาง ไม่อนุญาตให้รถทุกชนิดผ่าน เพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชนที่อาจฝ่ากระแสน้ำเข้าไปในพื้นที่
นายอาทิตย์ ทับทิม พนักงานคุมประแจประจำสถานีรถไฟหัวงิ้ว เปิดเผยว่า น้ำเริ่มเข้าท่วมบริเวณสถานีและรางรถไฟตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยบางช่วงมีระดับน้ำสูงกว่ารางประมาณ 5-15 เซนติเมตร และพบจุดน้ำท่วมเป็นระยะตั้งแต่สถานีเนินมะกอก สถานีหัวงิ้ว ในพื้นที่ อ.พยุหะคีรี ต่อเนื่องไปจนถึงสถานีหนองโพ ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
จากสถานการณ์ดังกล่าว การรถไฟฯ จึงมีคำสั่งหยุดเดินรถไฟทุกประเภทตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 26 ก.ย. เพื่อรอให้ระดับน้ำลดลงและตรวจสอบความพร้อมของเส้นทาง กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 27 ก.ย. จึงสามารถกลับมาเปิดเดินรถผ่านพื้นที่ได้ตามปกติ ส่วนตัวสถานียังคงปิดให้บริการประชาชนเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเส้นทางถนนที่ใช้เดินทางเข้าสถานียังมีน้ำท่วมสูง
ขณะเดียวกัน จากการสำรวจบ้านเรือนประชาชนโดยรอบสถานี พบว่า มี 2 หมู่บ้าน และมีมากกว่า 60 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยบางหลังระดับน้ำและสภาพบ้านไม่เอื้อให้สามารถพักอาศัยได้ตามปกติ ทำให้ชาวบ้านต้องขนย้ายสิ่งของและย้ายออกมาอาศัยอยู่ชั่วคราวบริเวณโรงครัวภายในวัดหัวงิ้ว เพื่อรอให้ระดับน้ำลดลง
ชาวบ้านคาดหวังว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายภายในประมาณ 4-5 วัน หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม แต่หากยังเกิดฝนตกซ้ำในพื้นที่ ก็มีความเป็นไปได้ที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นและทำให้การระบายน้ำล่าช้าออกไป ส่งผลให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องพักอาศัยนอกบ้านต่อไปอีกระยะ
สถานการณ์ล่าสุดจึงยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้เส้นทางรถไฟจะสามารถกลับมาเดินรถได้แล้ว แต่ชุมชนโดยรอบสถานีและเส้นทางเข้าสถานียังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนและยังไม่สามารถกลับเข้าไปพักอาศัยได้ตามปกติ



