ยะลา ฮือฮา ไอเดียเจ๋ง สู้ภัยน้ำท่วม หนุ่มใหญ่ ช่างเชื่อม โชว์ประสบการณ์ 30 ปี ประดิษฐ์ “มอเตอร์ไซค์ยกสูง” ลุยน้ำลึก 1 เมตร ใช้เวลาทำ 3 วัน หวังไว้ใช้ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

30 ก.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ อุทกภัยน้ำท่วม 29 จังหัวด ในประเทศไทย โดยเฉพาะ พื้นที่ กรุงเทพมหานคร และ จังหวัดทางภาคตะวันออก

กระทั่วเกิดกระแสไวรัล ในโลกออนไลน์ มีผู้เข้าชมมากกว่า 3 ล้านครั้ง สำหรับคลิปวิดีโอรถจักรยานยนต์พ่วงข้างทรงยกสูงแปลกตา ซึ่งคิดค้นและประดิษฐ์โดย นายทีปกร จันทร์แก้ว หรือ “ช่างหนุ่ย” อายุ 55 ปี เจ้าของร้าน ทีซี โชเล่ย์ ช่างผู้เชี่ยวชาญด้านการทำรถพ่วงข้าง ในพื้นที่จังหวัดยะลา

นายทีปกร เปิดเผยถึงที่มาของไอเดียดังกล่าวว่า เนื่องจากในพื้นที่บริเวณแยกเนินหูกวาง และสายวัดตรีมิตร ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรเข้า-ออกของชาวบ้าน มักประสบปัญหาน้ำท่วมขังสูงหลังฝนตกหนักติดต่อกัน 2-3 ชั่วโมง ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน สัญจรไปมาอย่างยากลำบาก

ตนจึงอาศัยประสบการณ์การทำรถพ่วงข้างที่อยู่ในวงการมานานกว่า 30 ปี นั่งคิดค้นร่วมกับลูกชาย นำรถจักรยานยนต์ ที่มีอยู่มาดัดแปลง ถอดชิ้นส่วนเดิมออก แล้วเสริมโครงเหล็กยกตัวรถจยย.ให้สูงพ้นระดับน้ำ โดยใช้เวลาทำและปรับแก้เพียง 3 วันเท่านั้น

“แนวคิดคือ ทำไว้ใช้เองที่บ้านเวลาเกิดน้ำท่วมขังปีละไม่กี่วัน หรือหากเกิดเหตุฉุกเฉินก่อนน้ำท่วมสูง ก็สามารถขับขี่ลุยน้ำลึกประมาณ 1 เมตร เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านออกมาได้ ตัวรถไม่ได้ทำเพื่อค้าขายหรือทำเป็นธุรกิจ มูลค่าดัดแปลงไม่รวมตัวรถก็ไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งเมื่อทำเสร็จก็ให้ลูกชายลองโพสต์ลงโซเชียลเน็ตเวิร์กขำๆ ไม่คิดว่า จะมีคนสนใจเข้าชมมากขนาดนี้” นายทีปกร กล่าว

ช่างหนุ่ย ยังย้ำด้วยว่า รถคันดังกล่าวประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้งานเฉพาะกิจในยามฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อวิ่งบนท้องถนนในสภาวะปกติ เนื่องจากทราบดีว่า เป็นการดัดแปลงที่ยังไม่ได้มาตรฐาน และไม่ถูกต้องตามกฎหมายจราจร

นายทีปกร เปิดเผยอีกว่า นอกจากไอเดียการสู้ภัยน้ำท่วมแล้ว ในฐานะช่างทำรถพ่วงข้าง ยังได้เป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาของประชาชน และพ่อค้าแม่ค้าหาเช้ากินค่ำ เกี่ยวกับข้อบังคับการนำรถพ่วงข้างไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก โดยระบุว่า แม้ประชาชนส่วนใหญ่ จะเห็นด้วยกับการนำรถพ่วงข้างเข้ามาอยู่ในระบบกฎหมาย แต่ยังติดขัดในรายละเอียดเรื่องระเบียบความยาวที่ไม่ครอบคลุมถึง “หลังคารถ”

ส่งผลให้ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้า ที่ติดหลังคารถไว้สำหรับทำมาหากิน เมื่อไปต่อทะเบียนที่ขนส่ง กลับไม่ผ่านการตรวจสภาพ และต้องเสียค่าใช้จ่ายจ้างช่างถอดหลังคาออกก่อน แล้วจึงนำรถไปต่อทะเบียน จากนั้นค่อยนำกลับมาใส่หลังคาตามเดิม ซึ่งกลายเป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่าย และเสียเวลาในการประกอบอาชีพของประชาชน

นายทีปกร จึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ลงพื้นที่ศึกษาข้อเท็จจริง และพิจารณาปรับปรุงข้อบังคับเรื่องขนาดความยาวให้ครอบคลุมถึงหลังคารถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถนำรถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน ซึ่งจะช่วยให้ชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้และพื้นที่อื่นๆ เข้ามารับการจดทะเบียนได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน