ชาวบ้าน อพยพหนี หลังรู้ว่าปล่อยน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที ชี้ท่วมแน่ไม่ต้องรอ พร้อมเช่าเต็นท์รอเป็นเวลา 1 เดือน ใช้หลับนอนข้างถนน
30 ก.ย. 69 – ภายหลัง ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งเตือนประชาชน 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เรื่องเฝ้าระวังน้ำ
หลังสถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ อาจมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมีลำน้ำสาขาไหลสมทบอีกประมาณ 700-750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอาจอยู่ที่ประมาณ 3,600-3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จึงต้องเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 30 ก.ย. เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ มีดังนี้
พระนครศรีอยุธยา : อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางไทร) โดยน้ำจะสูงขึ้นอีก 1.00-1.20 เมตร
อ่างทอง : อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก เมืองอ่างทอง และไชโย โดยน้ำจะสูงขึ้นอีก 70-90 ซม
สิงห์บุรี : อำเภออินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรี โดยน้ำจะสูงขึ้นอีก 70-90 ซม.
ชัยนาท : อำเภอสรรพยา น้ำจะสูงขึ้นอีก 80 ซม. – 1.00 ม.

ล่าสุดชาวบ้านในพื้นที่ ต.หาดอาษา อ.สรรพยา เริ่มทำการอพยพ ขนย้ายรถยนต์ รถไถ และของมีค่าขึ้นที่สูง ตามเต็นท์ริมถนนสายคันคลองมหาราช ก่อนที่จะระบายน้ำตามประกาศ เพราะหากระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที น้ำจะไหลเข้าท่วมอย่างแน่นอน
นายยงยุทธ อายุ 60 ปี กล่าวว่า ที่บ้านน้ำปริ่มจะเข้าท่วม นอนหลับไม่เต็มตา ปีนี้เตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ พอรู้ว่าจะปล่อยเกิน 2,200 ลบ.ม./วินาที รีบสั่งเต็นท์มากางไว้เลย รีบขนของ ขนรถ ขนทรัพย์สินขึ้นมา ค่าเช่าปีนี้เดือนละ 2,000 บาท แต่ก็ต้องจำใจเพราะต้องมากินนอนที่ริมถนน กันแดดกันลมกันฝน เพราะต้องอยู่กันเป็นเดือน ๆ