เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เปิดประตูระบายน้ำครบทั้ง 7 บานในรอบปี หลังปริมาณน้ำเกินความจุ เนื่องจากยังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนต่อเนื่อง และต้องเตรียมรับมือฝนตกหนักช่วง 3–6 ต.ค. นี้ เตือนประชาชนท้ายน้ำติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
วันที่ 30 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำ ที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี หลังปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าความจุ 100% ล่าสุดช่วงเที่ยงวันนี้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้เปิดประตูระบายน้ำครบทั้ง 7 บานในรอบปี เพื่อเร่งระบายน้ำแบบขั้นบันได ซึ่งปัจจุบันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 930.78 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 106.80% ของความจุในระดับเก็บกักปกติ

มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างกว่า 550ลูกบาศก์เมตร / วินาที หรือ 47.54 ล้านลูกบาศก์เมตร /วัน และมีปริมาณการระบายเพิ่มจาก 115.08 ลูกบาศก์เมตร /วินาที ในช่วงเช้าเป็น 145 ลูกบาศก์เมตร /วินาที และจะมีการระบายเพิ่มทุกวัน เป็น 400 ลูกบาศก์เมตร /วินาที ต่อเนื่องไปจน วันที่ 2 ตุลาคม 2569 นี้ ตามที่ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 3–6 ตุลาคมนี้ จะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และจังหวัดลพบุรี ทำให้เกิดฝนตกหนักและมีมวลน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มเติม

ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งจากการปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00–1.50 เมตร โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักด้านท้ายเขื่อนพระราม 6 โดยเฉพาะบริเวณอ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำป่าสักและพื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น สำนักงานชลประทานที่ 10 และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำที่ยังไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง และบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป