กลุ่มเกษตรกรอำเภอบ้านตาขุน กว่า 100 คนเดินทางยื่นหนังสือผ่าน การไฟฟ้า เขื่อนรัชขประภาขอผลักดันโครงการชลประทานระบบท่อเพื่อการเกษตรอำเภอบ้านตาขุน หลังจากที่เกษตรกรในอำเภอบ้านตาขุนกว่า 2 พันครัวเรือนได้รับผลกระทบมานานเกือบ 40 ปี
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 30 ก.ย.69 ที่ บริเวณตลาดนัด ทางเข้าเขื่อนรัชชประภา อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี กลุ่มเกษตรกรอำเภอบ้านตาขุน ประมาณ 100 คน นำโดย นายสถาพร กล่อมเจริญ อดีตสมาชิกสภาจังหวัดสุราษฎร์ธานีเขตอำเภอบ้านตาขุน ได้ยื่นหนังสือ ขอความอนุเคราะห์ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผลักดันโครงการชลประทานระบบท่อเพื่อการเกษตรอำเภอบ้านตาขุน ตามเอกสารผลการศึกษา (EIA) ต่ออธิบดีกรมชลประทานเพื่อดำเนินการเรื่องงบประมาณก่อสร้าง โครงการชลประทานระบบท่อเพื่อการเกษตรอำเภอบ้านตาขุน โดยมี นายวิรัช ภู่ช้าง ผู้ช่วยผู้อํานวยการการเขื่อนรัชชประภา – 1 เป็นผู้รับมอบหนังสือ ท่ามกลางชาวบ้านที่มารวมชุมนุมในวันนี้
นายสถาพร กล่าวว่า การก่อสร้างเขื่อนรัชชประภา อ.บ้านตาขุน ได้สร้างแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์หลักการก่อสร้างเขื่อน 1. เพื่อชลประทานการเกษตร 2. เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า 3. เพื่อการท่องเที่ยว และ4. เพื่อการประมง ซึ่งทั้งสามโครงการได้ดำเนินการแล้วเสร็จเป็ฯที่น่าพอใจเหลือเพียงโครงการจองชลประทานเท่านั้นที่ยังไม่ได้ดำเนินอะไรแต่อย่างใด ผ่านมา 39 ปี วันที่ 30 ก.ย.69 กลุ่มเกษตรกรอำเภอบ้านตาขุน ยังไม่ได้รับประโยชน์เรื่องชลประทานเพื่การเกษตรให้กับเกษตรกรอำเภอบ้านตาขุน เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับพื้นที่การเกษตรอ.บ้านตาขุนทั้งหมด
ที่ผ่านมาได้นำเสนอโครงการชลประทานระบบท่อเพื่อการเกษตรอำเภอบ้านตาขุน ต่ออธิบดี กรมชลประทานไว้ตั้งแต่ วันที่ 27 ธันวาคม 2553 และเมื่อ พ.ศ. 2563 กรมชลประทานตั้งงบประมาณ ศึกษาผลกระทบและสิ่งแวดล้อม (EIA) เขตพื้นที่อำเภอบ้านตาขุนแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา
การยื่นหนังสือในครั้งนี้ จึงเพื่อขอความอนุเคราะห์ การช่วยเหลือต่อผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผ่านทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเขื่อนรัชชปะรภา นำเอกสารรโครงการชลประทานระบบท่อเพื่อการเกษตรอำเภอบ้านตาขุน ส่งต่ออธิบดีกรมชลประทานเพื่อได้พิจารณาดำเนินการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างโครงการชลประทานระบบท่อ ที่จะมีประโยชน์ในการ แก้ปัญหาภัยแล้งให้กับกลุ่มเกษตรกรอำเภอบ้านตาขุนที่ประสบปัญหาความเดือนร้อนกว่า 2 พันครัวเรือน
ด้าน นายวิรัช ภู่ช้าง ผู้ช่วยผู้อํานวยการการเขื่อนรัชชประภา – 1 กล่าวว่า หลังจากรับหนังสือก็จะนำเข้าสู่กระบวนการรับหนังสือของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเขื่อนรัชชประภา ซึ่งปกติการไฟฟ้าก็รับเรื่องพวกนี้อยู่แล้วและจะนำเสนอหนังสือที่ชาวบ้านร้องเข้ามาตามลำดับขั้นตอนต่อไป
