ชาวบ้านวอนหน่วยงานแจ้งเตือนน้ำให้ไวกว่าน้ำ น้ำท่วม อ่วมหนักลุยน้ำแค่คอเก็บของหนีน้ำท่วม หลังชลประทานเพิ่มระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

วันที่ 30 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา หลังกรมชลประทานประกาศปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยาเพิ่มสูงขึ้น และเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ รวมถึงบ้านเรือนประชาชนหลายพื้นที่

สำนักงานปภ.พระนครศรีอยุธยา รายงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 13 อำเภอ 167 ตำบล 1,081 หมู่บ้าน และ 55 ชุมชน รวม 42,286 ครัวเรือน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว 1 ราย ในพื้นที่อ.เสนา ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำต้องเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย

โดยที่ชุมชนหมู่ 6 ต.บ้านโพธิ์ อ.เสนา ซึ่งเป็นพื้นที่ติดแม่น้ำน้อย พบว่ามวลน้ำจากแม่น้ำน้อย ซึ่งได้รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงน้ำจากคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมชุมชนอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงกว่า 1.70 เมตร บ้านเรือนประชาชนหลายหลังถูกน้ำท่วมจนถึงพื้นที่ใต้ถุน แม้บางหลังจะยกพื้นสูง แต่พื้นที่ใต้ถุนซึ่งใช้เป็นห้องพัก ห้องครัว และพื้นที่อเนกประสงค์ถูกน้ำท่วมทั้งหมด

“บริเวณทางเข้าชุมชนซึ่งเป็นซอยถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถเดินเข้าออกได้ตามปกติ อบต.บ้านโพธิ์ นำไม้มาทำสะพานชั่วคราวให้ประชาชนดินเข้าออกจากชุมชนไปยังถนนได้ ขณะที่บางจุดต้องเดินลุยน้ำหรือใช้เรือ ชาวบ้านต่างสะท้อนตรงกันว่า ชุมชนแห่งนี้ถูกน้ำท่วมก่อนที่อื่นเป็นประจำทุกปี แทบไม่มีปีไหนเลยที่ไม่ท่วมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าและผู้รับจ้างที่ต้องหยุดงาน ขาดรายได้ช่วงน้ำท่วม”

นายเจนภพ อายุ 36 ปี เปิดเผยว่า ปีนี้น้ำมาช้ากว่าทุกปีแต่เมื่อมาแล้วกลับเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านสูงขึ้นต่อเนื่องภายใน 3 วัน ข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้คลื่อนย้ายไม่ทัน ปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี เมื่อมีการประกาศเตือนภัยประตูน้ำมักเปิดรับน้ำ ทำให้มวลน้ำทะลักเข้าพื้นที่รวดเร็วจนชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน เนื่องจากชุมชนอยู่ใกล้ประตูน้ำ มวลน้ำจากหลายทิศทางไหลมารวมกันระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

“อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการแจ้งเตือนภัย อยากให้เตือนเร็วกว่านี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำมีเวลาเตรียมตัว ขนย้ายทรัพย์สิน และรับมือกับมวลน้ำได้ทัน หากมีการแจ้งเตือนที่รวดเร็วและทันสถานการณ์ น่าจะช่วยลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านได้มากกว่านี้”

ด้านนางวนิดา อายุ 47 ปี บอกว่าน้ำปีนี้ระบายมาเร็วมาก เพียงไม่กี่วันระดับน้ำก็เพิ่มขึ้น 2-3 เมตร เนื่องจากชุมชนอยู่ติดแม่น้ำและเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เมื่อเข้าสู่ฤดูน้ำหลากจะถูกน้ำท่วมก่อนพื้นที่อื่น โดยปกติใต้ถุนบ้านจะถูกน้ำท่วมเป็นเวลาประมาณ 1 เดือนทุกปี เมื่อเกิดน้ำท่วม การช่วยเหลือและสิ่งของแจกจ่ายจากหน่วยงานต่างๆ บางครั้งเข้าไม่ถึงพื้นที่ซอยลึก ทำให้ชาวบ้านต้องเผชิญความลำบากทั้งการเดินทาง การใช้ชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพ หลายคนต้องหยุดค้าขายและขาดรายได้ เพราะลูกค้าไม่สามารถเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าได้

“เข้าใจว่าอยุธยาเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นพื้นที่รับน้ำ รวมทั้งมีปัจจัยจากฝนตกหนัก แต่ก็อยากให้มีการวางแผนบริหารจัดการและระบายน้ำให้ดีขึ้น เพราะชาวบ้านเจอน้ำท่วมหนักแบบนี้ทุกปี พอน้ำท่วมก็ขายของไม่ได้ ขาดรายได้ จึงอยากให้มีการวางแผนรับมือที่ชัดเจนกว่านี้” นางวนิดา กล่าว

ขณะที่นายอดิษ อายุ 56 ปี ระบุ บ้านตน ญาติ และเพื่อนบ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านยกพื้นใต้ถุนสูง และอาศัยอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ พื้นที่ใต้ถุนจึงถูกใช้เป็นที่พัก ห้องครัว เมื่อน้ำท่วมต้องเร่งขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง แต่ปีนี้น้ำมาเร็วมากจนเก็บของไม่ทัน ขณะนี้ต้องลุยน้ำที่สูงเกือบถึงคอเพื่อเข้าไปนำสิ่งของออกจากบ้าน และต้องช่วยกันทำสะพานยกระดับตามระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องปีนี้ถือว่าน้ำมาเร็วและรุนแรงทำให้ตั้งตัวไม่ทัน ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายซ่อมแซมและเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศที่ต้องถอดและติดตั้งใหม่แทบทุกปี เนื่องจากระดับน้ำท่วมถึง

ชาวบ้านฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะระบบการแจ้งเตือนภัย ขอให้แจ้งเตือนล่วงหน้าและรวดเร็วกว่านี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำมีเวลาเตรียมขนย้ายทรัพย์สินและวางแผนรับมือกับมวลน้ำได้ทัน ลดความเสียหายต่อทรัพย์สินและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน