สมุทรสงคราม ประกาศ 3 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย หลังน้ำแม่กลองเพิ่มสูงต่อเนื่อง นะชาวบ้านถ่ายภาพเก็บหลักฐานขอเยียวยา

วันที่ 30 ก.ย.2569 นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อ.อัมพวา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ เยี่ยมให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมประชาสัมพันธ์แนวทางการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ หลังระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองเพิ่มสูงขึ้นและหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังต่อเนื่อง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามได้ลงเรือสำรวจสถานการณ์ตามพื้นที่ริมคลองและพื้นที่การเกษตรในอำเภออัมพวา พบว่าหลายจุดมีน้ำเอ่อเข้าท่วมสวนผลไม้ โดยเฉพาะสวนลิ้นจี่ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลวัดประดู่ ซึ่งมีน้ำท่วมขังภายในสวน สร้างความกังวลว่า หากระดับน้ำยังสูงและท่วมขังต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน อาจส่งผลกระทบต่อต้นลิ้นจี่ รวมถึงพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด ทั้งมะพร้าวและส้มโอ

ขณะเดียวกัน จังหวัดสมุทรสงครามได้ออกประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสงคราม กำหนดพื้นที่ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง ครอบคลุมหลายชุมชนในเขตตำบลแม่กลอง และหมู่ 1–7 ตำบลนางตะเคียน ส่วน อ.อัมพวา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอัมพวา เหมืองใหม่ แควอ้อม ท่าคา บางแค บางช้าง บางนางลี่ ปลายโพงพาง แพรกหนามแดง ยี่สาร สวนหลวง และวัดประดู่

ขณะที่ อ.บางคนที ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกระดังงา บางนกแขวก บางกระบือ บางยี่รงค์ จอมปลวก ดอนมะโนรา บางคนที ยายแพง บางพรม บางสะแก บ้านปราโมทย์ โรงหีบ และบางกุ้ง เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หลังจากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก มีปริมาณน้ำฝนสะสม ประกอบกับการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองในปริมาณมาก

ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 และส่งผลกระทบต่อประชาชน บ้านเรือน พื้นที่การเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และทรัพย์สินในหลายพื้นที่ เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนและจัดการสถานการณ์สาธารณภัยตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างทันท่วงที

นายชยชัย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำครั้งนี้มีลักษณะแตกต่างจากภาวะน้ำขึ้น–น้ำลงตามปกติที่ประชาชนสมุทรสงครามคุ้นเคย เนื่องจากมีโอกาสที่มวลน้ำจะทำให้เกิดน้ำท่วมขังต่อเนื่องหลายวัน จึงขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเริ่มบันทึกหลักฐานความเสียหายตั้งแต่ขณะนี้

โดยเฉพาะการถ่ายภาพระดับน้ำและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อให้เห็นว่าพื้นที่ได้รับผลกระทบนานเพียงใด น้ำอยู่ในระดับไหน และเกิดความเสียหายอะไรบ้าง หากสถานการณ์ผ่านพ้นไปและเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ หลักฐานเหล่านี้จะสามารถนำไปประกอบการขอรับความช่วยเหลือได้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ระบุว่า หลักฐานที่ประชาชนควรจัดเก็บครอบคลุมทั้งตัวบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า ทรัพย์สินภายในบ้าน รวมถึงพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะสวนลิ้นจี่ มะพร้าว และส้มโอ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด และอาจได้รับความเสียหายหากถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

สำหรับการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยและครัวเรือน ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามระบุว่า มีกรอบการให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่เกิน 9,000 บาท ทั้งนี้มีการสำรวจ ตรวจสอบความเสียหาย และพิจารณาตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของทางราชการ โดยจังหวัดจะชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนทราบต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน