สุดสะพรึง โคตรไอ้เหลือมยักษ์ ยาวกว่า 6 เมตร หนักครึ่งร้อยกิโล รัดแม่หมูป่าลูกอ่อนตาย กู้ภัยผนึกทีมอสรพิษวิทยางัดพื้นบ้าน ก่อนช่วยกัน 6 คนหามออกมา เผยใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจับ

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2569 ที่บ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 1 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีงูเหลือมขนาดใหญ่เลื้อยเข้ามารัดหมูป่าที่เลี้ยงไว้บริเวณใต้ถุนบ้านจนเสียชีวิต จึงประสานกำลังเข้าตรวจสอบ

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายไพศาล พรนิมิตรทรัพย์ อายุ 45 ปี อาสากู้ภัยศีลธรรมสมาคม หัวหน้าจุดคลองกิ่ว หนึ่งในทีมที่เข้าจับงูเหลือมตัวดังกล่าว

นายไพศาล เล่าว่า หลังได้รับแจ้งได้ประสานไปยังนายนิค นิรุจน์ ชมงาม หรือ “Nick Wildlife” ทีมงานอสรพิษวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งขณะนั้นมีภารกิจอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านบึง ให้เข้ามาช่วยจับงู ก่อนนำทีมอาสาสมัครเดินทางไปยังบ้านเกิดเหตุ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาชมพู่ ลักษณะเป็นบ้านไม้จำนวน 4 หลัง รอบบริเวณเป็นป่าหญ้าและหนองน้ำ

เมื่อไปถึงพบเจ้าของบ้านอยู่ในอาการตกใจ พร้อมชี้ให้เจ้าหน้าที่ดูบริเวณใต้ถุนบ้าน ซึ่งยกพื้นสูงจากพื้นดินประมาณ 30 เซนติเมตร เมื่อส่องไฟเข้าไปตรวจสอบพบแม่หมูป่าสีดำ ซึ่งเพิ่งคลอดลูกได้ไม่นาน นอนเสียชีวิต มีเลือดออกบริเวณปากและจมูก

ใกล้กันพบงูเหลือมขนาดใหญ่นอนขดตัวเป็นวงกลม ลำตัวมีขนาดใหญ่จนวงที่ขดอยู่มีขนาดใกล้เคียงกับยางรถยนต์ ส่วนหัวสีเหลืองเข้มโผล่ออกมาให้เห็น เจ้าหน้าที่ถึงกับตกใจกับขนาดของงู ก่อนวางแผนเข้าจับอย่างระมัดระวัง

ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่พยายามใช้ไม้แหย่ให้งูเลื้อยออกมาจากใต้ถุนบ้าน เนื่องจากพื้นที่มีความสูงเพียงประมาณ 30 เซนติเมตร ไม่สามารถมุดเข้าไปจับได้ แต่เจ้างูเหลือมกลับขดลำตัวรัดเสาบ้านไว้แน่น ไม่ยอมเลื้อยออกมา

ทีมกู้ภัยจึงต้องเปลี่ยนแผน โดยขออนุญาตเจ้าของบ้านงัดแผ่นกระดานพื้นบ้านจากด้านบน เพื่อเปิดช่องลงไปจับงู เมื่อเปิดพื้นออกสำเร็จ ทุกคนต้องตกใจอีกครั้ง เพราะมองเห็นขนาดของงูได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะส่วนหัวที่มีขนาดใหญ่เกือบเท่า 2 ฝ่ามือ ขณะที่ลำตัวทั้งหนาและยาว

เนื่องจากงูขดรัดอยู่กับเสาบ้าน ทำให้ไม่สามารถใช้บ่วงคล้องได้ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจใช้มือจับบริเวณส่วนหัว ก่อนรีบดึงตัวงูขึ้นจากใต้ถุนบ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่นต้องช่วยกันจับและคลายลำตัว ไม่ให้งูพันรัดแขนหรือลำตัวของผู้จับ เพราะอาจทำให้ได้รับอันตราย

ด้วยประสบการณ์ของทีมกู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญ จึงสามารถควบคุมงูเหลือมไว้ได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำออกมาบริเวณลานบ้าน ซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่ถึง 6 คน ช่วยกันจับตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงปลายหาง เมื่อตรวจวัดเบื้องต้นพบว่า งูเหลือมมีความยาวประมาณ 6 เมตร 30 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 40–50 กิโลกรัม

ส่วนแม่หมูป่าที่ถูกงูรัดจนตาย เป็นหมูป่าเพศเมียที่เพิ่งคลอดลูกได้ไม่นาน มีน้ำหนักประมาณ 40–50 กิโลกรัม ใกล้เคียงกับน้ำหนักของงูเหลือม

ด้านนางสาวสุนันทา เสงี่ยมวงศ์ อายุ 49 ปี และนางอุดม ภักดีราฎร์ อายุ 77 ปี ผู้อาศัยอยู่ในบ้านเกิดเหตุ เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ขณะมีฝนตก ได้ยินเสียงหมูป่าที่เลี้ยงไว้ร้องเสียงดังผิดปกติ จึงถือไฟฉายออกมาดู

เมื่อส่องไฟไปบริเวณใต้ถุนบ้านก็ต้องตกใจ เพราะเห็นงูเหลือมขนาดใหญ่กำลังรัดหมูป่าแน่นเป็นเกลียว เห็นเพียงส่วนหัวของหมูป่าโผล่ออกมา และมีเลือดออกบริเวณปากกับจมูก หลังถูกแสงไฟส่อง งูเหลือมจึงคลายตัวออกจากหมูป่าแล้วเลื้อยไปขดตัวหลบอยู่ใต้ถุนบ้าน ทำให้รีบโทรศัพท์แจ้งกู้ภัยเข้าช่วยเหลือทันที

นายไพศาล กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนรับแจ้งครั้งแรก อาสาสมัครที่เข้าไปตรวจสอบเบื้องต้นแจ้งเพียงว่าเป็นงูเหลือมที่มีลำตัวขนาดใหญ่มาก จึงรีบประสานทีมอสรพิษวิทยาเข้าร่วมปฏิบัติการ แต่เมื่อสามารถเปิดพื้นบ้านและนำงูออกมาได้ ทุกคนต่างตกใจกับขนาดที่แท้จริง

นายไพศาลระบุว่า งูเหลือมตัวนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งที่ตนเคยเข้าจับ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญซึ่งร่วมปฏิบัติการก็ยอมรับว่าเป็นงูเหลือมขนาดใหญ่มากเช่นกัน โดยสามารถรัดหมูป่าน้ำหนักประมาณ 40–50 กิโลกรัมจนเสียชีวิตได้

จากการตรวจสอบซากหมูป่าพบว่าลำตัวอ่อนนิ่มผิดปกติ คาดว่าได้รับแรงรัดอย่างรุนแรง และหากงูเหลือมตัวดังกล่าวไม่ถูกรบกวนจากเจ้าของบ้าน มีความเป็นไปได้ว่าจะพยายามกินหมูป่าที่รัดจนตายเป็นอาหารต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน