ปภ.เตือน เขื่อนพระราม 6 เพิ่มระบายน้ำ ตั้งแต่วันที่ 1-3 ต.ค. ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำป่าสักบริเวณท้ายเขื่อนอาจเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 1-1.5 เมตร
วันที่ 1 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำจ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักและพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ หลังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนว่า เขื่อนพระราม 6 จะเพิ่มการระบายน้ำเป็นประมาณ 700-800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 1-3 ต.ค. 2569 ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำป่าสักบริเวณท้ายเขื่อนอาจเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 1-1.5 เมตร
” พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอบางปะหัน โดยขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ยกสิ่งของขึ้นไว้บนที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด ”

Screenshot
ขณะที่เขื่อนพระราม 6 ขณะนี้เปิดบานระบายน้ำครบทั้ง 6 บาน เพื่อเร่งพร่องน้ำรองรับมวลน้ำที่จะไหลมาจากพื้นที่ต้นน้ำ โดยระดับน้ำบริเวณหน้าเขื่อนลดลงเล็กน้อย การระบายน้ำอยู่ที่ 531.45 ลบ.ม/ วินาที สถานการณ์บริเวณท้ายเขื่อนยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคลองระพีพัฒน์และคลองนครหลวงมีปริมาณน้ำเต็มความจุประมาณ 100% ทำให้มีข้อจำกัดในการรับน้ำเพิ่มเติม
นายเมธัส พิริยะสถิต รองนายกเทศมนตรีตำบลท่าเรือ เปิดเผยว่า สำหรับวันนี้ ระดับน้ำลงไปประมาณ 1 เมตร หลังมีการเร่งพร่องน้ำ แต่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากเขื่อนพระราม 6 ต้องรองรับมวลน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมถึงน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก โดยได้รับแจ้งว่าในวันที่ 3 ต.ค.จะมีการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักประมาณ 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มวลน้ำจะไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนพระราม 6 และอาจส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนริมแม่น้ำป่าสัก
” โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอท่าเรือและอำเภอนครหลวง จึงขอให้ประชาชนอย่าชะล่าใจ เตรียมพร้อมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และติดตามประกาศจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง ทางเทศบาลนั้นก็มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบอย่างต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่อำเภอท่าเรือ ขณะนี้มีบ้านเรือนริมแม่น้ำป่าสักได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้วประมาณ 2,234 ครัวเรือน ชาวบ้านชุมชนริมแม่น้ำต่างพากันเฝ้าติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หลังมีสัญญาณว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันที่ 1-3 ต.ค. ”

Screenshot
นางราตรี ชาวบ้านชุมชนวัดสะตือ อำเภอท่าเรือ เปิดเผยว่า ชุมชนวัดสะตือถือเป็นหนึ่งในพื้นที่แรก ๆ ที่มักได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลากของทุกปี ที่ผ่านมาเมื่อระดับน้ำเพิ่มสูง บ้านจะถูกน้ำท่วมจนคนในครอบครัวต้องย้ายไปพักอาศัยบ้านญาติ ยอมรับว่ารู้สึกเครียดและเป็นห่วง เพราะเกรงว่าน้ำจะเพิ่มสูงจนกระทบพื้นที่ที่ครอบครัวย้ายไปอยู่ โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมาแม้ฝนจะตกต่อเนื่องเพียง 3-4 วัน ก็ยังมีน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านและทำให้ข้าวของได้รับความเสียหาย อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชาวบ้านมีเวลาเตรียมตัวและขนย้ายสิ่งของได้ทัน หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตามที่มีการแจ้งเตือน
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักต่างจับตาระดับน้ำกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลและเตรียมพื้นที่ปลอดภัยไว้ล่วงหน้า
ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงขอให้ติดตามประกาศจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอ และหน่วยงานด้านชลประทานและป้องกันภัยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำอาจเปลี่ยนแปลงตามปริมาณการระบายน้ำและมวลน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ