ตลาดภาษีซุง จ.ชัยนาท ซบเซาทั้งพิษหวยออก-ระบบยืนยันสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” ล่ม ซ้ำเติมราคาผักพุ่งระนาวหลังน้ำท่วมหลายพื้นที่ ชาวบ้านโอด รวยไม่ไหวแล้ว

วันที่ 1 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อขายสินค้า ณ ตลาดสดภาษีซุง เขตเทศบาลเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท ว่าบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา แม้ว่าจะเป็นวันแรกของการเปิดให้ประชาชนยืนยันสิทธิรับวงเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของรัฐบาล (โครงการ 60/40) ที่จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้อีก 1,000 บาท สามารถใช้งานได้เป็นเวลา 2 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569)

แต่เนื่องจากตรงกับวันออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประกอบกับในช่วงเช้าเกิดปัญหาระบบล่มและอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ทำให้ประชาชนประสบความล่าช้าในการเข้าสู่ระบบยืนยันตัวตน นอกจากนี้ ราคาผักสดในตลาดได้ปรับตัวสูงขึ้นทุกรายการเนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่

“พี่น้อย” แม่ค้าขายผักสดในตลาดสดภาษีซุง เปิดเผยว่า วันนี้บรรยากาศการค้าขายไม่คึกคัก เนื่องจากตรงกับวันหวยออก และเป็นวันแรกของการยืนยันสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 2 เดือนสุดท้าย ซึ่งช่วงเช้าระบบขัดข้องและใช้งานได้ค่อนข้างช้า หมุนวนนานมากกว่าจะสามารถยืนยันตัวตนสำเร็จ ต้องพยายามทำอยู่หลายรอบ สำหรับเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทที่ได้รับนั้น กำหนดให้ใช้จ่ายได้ไม่เกิน 200 บาทต่อวัน เป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งมองว่ามีส่วนช่วยบรรเทาได้บ้าง “ดีกว่าไม่ได้” อย่างไรก็ตาม ทางร้านของตนไม่ได้เข้าร่วมโครงการเปิดแอปพลิเคชันถุงเงินเพื่อรับสิทธิ เนื่องจากไม่สะดวก

ในส่วนของ ราคาผักสด พบว่าปรับราคาพุ่งสูงขึ้นแทบทุกรายการ อาทิ ผักชีปรับขึ้นเป็น 120 บาท/กก. (จากเดิม 100 บาท) และมะเขือปรับขึ้นเป็น 320 บาท/กก. (จากเดิม 220 บาท) สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่แหล่งผลิต ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนัก ส่งผลให้ประชาชนเดินทางมาเดินตลาดน้อยลง การซื้อขายซบเซา และกำลังซื้อลดลง โดยลูกค้าส่วนใหญ่ในขณะนี้มีเพียงกลุ่มขาประจำที่เป็นผู้ประกอบ-การร้านอาหารตามสั่งเท่านั้น พร้อมกันนี้แม่ค้าได้สะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันว่าอยู่ในภาวะย่ำแย่จน “รวยไม่ไหวแล้ว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน