อ้าว ยังไงแล้ว! ป๋อง ดับเครื่องชน ปฏิเสธขืนใจ-ฆ่าไตร่ตรอง 2 พี่น้องรัสเซีย หลังถูกเบิกตัว สอบคำให้การ ศาลไม่ให้ประกัน นัดคุ้มครองสิทธิ 20 ต.ค.
วันที่ 2 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลจังหวัดพัทยา ความคืบหน้าคดีหมายเลขดำที่ อ.1038/2569 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพัทยา โจทก์ กับนายฑณา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ภายหลังพนักงานอัยการจังหวัดพัทยายื่นฟ้องจำเลยทั้งสองรวม 9 ฐานความผิด จากคดีชิงทรัพย์ ข่มขืนกระทำชำเรา และฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปซ่อนเร้นอำพรางในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ในการนัดสอบคำให้การ ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสองเข้าสู่กระบวนการพิจารณา โดยมีพนักงานอัยการโจทก์และทนายความของจำเลยทั้งสองมาศาล จากนั้นศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองซึ่งมีทนายความฟัง ก่อนสอบคำให้การ
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ในฐานความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ยุทธภัณฑ์และลูกระเบิด การแสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยไม่มีอำนาจ การหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น รวมถึงการร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและเหตุแห่งการตาย
ส่วนข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน แต่งเครื่องแบบตำรวจหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นตำรวจ มีและใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดอย่างอื่น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ขณะที่ข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โดยมีอาวุธปืน และเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ปรากฏว่า นายฑณา หรือ “ป๋อง” จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ส่วนนายธงชัย หรือ “ธง” จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ
เนื่องจากจำเลยทั้งสองยังให้การปฏิเสธในบางส่วนของคำฟ้อง ศาลจึงมีคำสั่งให้นำคดีเข้าสู่ กระบวนการคุ้มครองสิทธิ และกำหนดนัดวันที่ 20 ต.ค.69 เวลา 09.00 น.
กระบวนการคุ้มครองสิทธิในคดีอาญาเป็นกลไกหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบและสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้อย่างเหมาะสม โดยศาลยุติธรรมให้ความสำคัญทั้งต่อสิทธิของผู้ต้องหาและจำเลย ตลอดจนสิทธิของผู้เสียหายในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการเยียวยาความเสียหาย
นอกจากนี้ ศาลมีคำสั่ง ออกหมายขังจำเลยทั้งสองและไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นพิจารณา โดยพิจารณาว่าคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์อุกอาจ ประกอบกับโจทก์คัดค้านการปล่อยชั่วคราว และมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราว จำเลยอาจหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่ออันตรายประการอื่น
สำหรับคดีดังกล่าว ศาลจังหวัดพัทยากำหนดนัดครั้งต่อไปในวันที่ 20 ต.ค.69 เวลา 09.00 น. เพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสิทธิ ก่อนดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนของข้อหาที่จำเลยยังให้การปฏิเสธต่อไป