ช่วย 2 หนุ่มนศ.ชาวญี่ปุ่น ถูกนายหน้าชาติเดียวกันหลอกส่งไปให้แก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนที่พญาตองซู ฝั่งเมียนมา เป็นคอลเซ็นเตอร์โทรหลอกเงินคนประเทศตัวเอง ขู่ถ้าไม่ทำจะส่งคนไปที่บ้านทำร้ายครอบครัว
วันที่ 2 ต.ค.2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผบ.ตร. พร้อมคณะผู้แทนสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ร่วมกันรับตัว 2 นักศึกษาชายชาวญี่ปุ่น อายุ 20 ปี และ 21 ปี ซึ่งถูกหลอกไปทำงานที่พญาตองซู ประเทศเมียนมา 20 วัน ก่อนแอบติดต่อครอบครัวที่ประเทศญี่ปุ่นประสานสถานทูตญี่ปุ่นประจำเมียนมา และประเทศไทยช่วยกลับมาประเทศไทยได้สำเร็จ
พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า 2 นักศึกษาญี่ปุ่นถูกหลอกจากนายหน้าชาวญี่ปุ่นด้วยกัน อ้างว่ามีงานพิเศษให้ทำในช่วงปิดเทอม เป็นงานพิเศษรายได้ดีที่ต้องมาทำงานในประเทศไทย แต่เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยก็ถูกพาตัวออกไปยังฝั่งพญาตองซู ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อข้ามไปแล้วถูกแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งมีหัวหน้าเป็นชาวจีน บังคับให้ทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรหลอกเงินจากชาวญี่ปุ่น

“โดยขู่ว่าหากไม่ทำจะถูกทำร้ายและจะส่งคนไปทำร้ายครอบครัวที่ญี่ปุ่นด้วย ทำให้ต้องยอมทำ หลังจากทำงานได้ 20 วัน ทั้งคู่ออกอุบายขอใช้โทรศัพท์จากหัวหน้าแก๊งชาวจีน แล้วแอบโทรติดต่อครอบครัวที่ญี่ปุ่นให้ขอความช่วยเหลือจากสถานทูตญี่ปุ่นประจำเมียนมา และนำไปสู่การประสานความร่วมมือกับทางการไทยจนนำไปสู่การช่วยเหลือ ทั้งคู่ยังบอกว่ายังมีชาวญี่ปุ่นทำงานให้แก๊งสแกมเมอร์ที่พญาตองซูอีกหลายคน

ขณะนี้ทางการไทยได้ส่งข้อมูลให้กับสถานทูตญี่ปุ่นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาวิธีช่วยเหลือต่อไปแล้ว ส่วนทั้งสองคนต้องเข้าสู่กระบวนการการคัดแยก หากพบว่าเป็นผู้เสียหายจริงก็จะส่งตัวให้ทางการญี่ปุ่นพากลับประเทศและให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายหน้าชาวญี่ปุ่นที่เป็นผู้หลอกลวงให้มาทำงาน”

จากนั้น พล.ต.อ.ธัชชัย เดินทางไปยังจุดที่นักศึกษาญี่ปุ่นทั้ง 2 คนให้ข้อมูลว่า เป็นช่องทางในการเดินทางข้ามจากอำเภอสังขละบุรีไปยังฝั่งพระยาตองซู บริเวณด้านหลังศาลาประชาคม บ้านพระเจดีย์สามองค์ และซอยพาณิชย์ 7 หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี พร้อมกำชับ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และผกก.สภ.สังขละบุรี เพิ่มความเข้มงวดตรวจตราชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนสังขละบุรีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก