วิกฤตน้ำท่วมปราจีนบุรี 7 อำเภอ เสียชีวิตแล้ว 7 ราย ‘บ้านสร้าง’ รับมวลน้ำหนักสุด รองผู้ว่าฯ เผยระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและพื้นที่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลง
เมื่อเวลา 20.05 น. วันที่ 2 ต.ค. 2569 นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมว่า ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและพื้นที่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่น ที่อำเภอนาดี สภาพบ้านเรือนเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติและอยู่ระหว่างเร่งฟื้นฟู
ขณะที่อำเภอกบินทร์บุรีระดับน้ำลดลงค่อนข้างมาก ถนนสายหลักอย่างทางหลวงหมายเลข 304 บริเวณหน้าโรงพยาบาลกบินทร์บุรี สามารถเปิดการจราจรให้รถสัญจรได้แล้ว 1 ช่องทาง อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่น่าห่วงคือ อำเภอบ้านสร้าง ซึ่งระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นและท่วมขังทุกตำบล ประชาชนต้องเริ่มอพยพเข้าศูนย์พักพิง เนื่องจากมวลน้ำจากตัวเมือง อำเภอศรีมโหสถ และพื้นที่ใกล้เคียง ไหลไปกองรวมกันเพื่อรอการระบายออก
ทำให้ระดับน้ำในเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรีลดลงได้ช้ามาก เพียงวันละประมาณ 3 เซนติเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ เส้นทาง ในบางจุดยังต้องปิดการจราจร เช่น บริเวณหน้าวัดธรรมโพธิศรี เนื่องจากคอสะพานถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนทรุดตัว โดยความเสียหายในภาคการเกษตร ปศุสัตว์ และโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งหมด จะเร่งสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากระดับน้ำลดลงเข้าสู่สภาวะปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรีลดลงแต่ยังคงมีน้ำท่วมสูงหลายๆพื้นที่ ในส่วนถนนทางหลวงแผ่นดินสาย 304 บริเวณบ้านนางเลงหลักกิโลเมตรที่ 161 ที่มีน้ำท่วมสูงตำรวจประเมินสถานการณ์วันต่อวันเพราะยังมีน้ำท่วมสูง ระยะทางยาว 3 กม.
โดยทางตำรวจ กู้ภัยฯสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทยอ.กบินทร์บุรี ร่วมกันประเมินสถานการณ์ว่าจะให้รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งผ่านจุดดังกล่าวได้หรือไม่ เมื่อช่วงบ่ายวานนี้จะปรากฏว่า ยังไม่สามารถปล่อยให้รถบรรทุกผ่านบริเวณจุดน้ำท่วมได้
เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงและมีรถบรรทุกจอดเสียอยู่บริเวณคอสะพานจุดที่ 2 ที่มีน้ำลึกหากปล่อยให้รถยนต์ผ่านมาจนถึงบริเวณนี้อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำได้ โดยอาศัยรถทหารจากพลร 2รอ.ขนประชาชนจากสี่แยกสามทหารและบริเวณหน้าโรงพยาบาลกบินทร์บุรีข้ามฟากไปทำงานวันต่อวัน
ด้าน นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกอบจ.ปราจีนบุรี เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนว่า อบจ.ปราจีนบุรี ได้เร่งนำเครื่องจักรและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการบล็อกน้ำและทำคันกั้นน้ำในจุดสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง บริเวณโรงเรียนศรีรัฐ และศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ปลอดภัย
นายก อบจ.ปราจีนบุรี ระบุเพิ่มเติมว่า มวลน้ำระลอกนี้ไหลมาจากตำบลเกาะลอย ผ่านอำเภอศรีมโหสถ และไหลทะลักผ่านเขตตัวเมือง แม้ปัจจุบันเขื่อนต่างๆ จะหยุดการปล่อยน้ำแล้วก็ตาม แต่ยังต้องใช้เวลาในการระบายมวลน้ำสะสมเดิมออกไป ซึ่งหากไม่มีฝนตกหนักซ้ำลงมา สถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ อบจ. ได้จัดส่งทีมงานลงพื้นที่แจกจ่ายถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในศูนย์พักพิงและตามบ้านเรือนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการช่วยเหลือและดูแลผู้ประสบอุทกภัย ทางจังหวัดปราจีนบุรีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดตั้ง ศูนย์พักพิงชั่วคราว รวม 108 แห่ง กระจายในพื้นที่ 7 อำเภอ มีประชาชนเข้าพักพิงรวม 14,809 คน โดยอำเภอกบินทร์บุรีมีผู้เข้าพักพิงมากที่สุด 9,212 คน (30 แห่ง)
รองลงมาคือ อำเภอประจันตคาม 4,100 คน (22 แห่ง), อำเภอศรีมหาโพธิ 1,109 คน (17 แห่ง), อำเภอศรีมโหสถ 129 คน (5 แห่ง), อำเภอเมืองปราจีนบุรี 115 คน (7 แห่ง), อำเภอนาดี 75 คน (14 แห่ง) และอำเภอบ้านสร้าง 69 คน (13 แห่ง)
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) หรือ “บูรพาพยัคฆ์” จัดตั้ง “ครัวพระราชทาน” จำนวน 2 แห่ง เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่แจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย ได้แก่ วัดนพคุณทอง ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ
วัดแจ้งเมืองเก่า ตำบลประจันตคาม อำเภอประจันตคาม
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งครัวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ค่ายจักรพงษ์ และโรงครัวประจำอำเภอต่างๆ อีก 25 แห่ง พร้อมด้วยมูลนิธิและสมาคมกู้ภัย 42 แห่ง ที่จัดชุดปฏิบัติการพร้อมเรือและยานพาหนะยกสูง เร่งกระจายกำลังเข้าพื้นที่กระจายอาหาร น้ำดื่ม และเคลื่อนย้ายผู้ป่วย-ผู้สูงอายุออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตสะสมจากเหตุอุทกภัยแล้วจำนวน 7 ราย (อ.เมืองปราจีนบุรี 2 ราย จากสาเหตุไฟฟ้าชอร์ตและจมน้ำ, อ.กบินทร์บุรี 2 ราย จากสาเหตุจมน้ำ, อ.ประจันตคาม 1 ราย จากสาเหตุจมน้ำ, อ.ศรีมหาโพธิ 1 ราย จากสาเหตุจมน้ำ และล่าสุด อ.ศรีมโหสถ 1 ราย จากสาเหตุไฟฟ้าชอร์ต