กลับมาถึงแทบช็อก ไฟไหม้บ้าน เพลิงโหมเผาวอด 4 หลัง ระดมดับเพลิงกว่า 1 ชั่วโมง เจ้าของบ้าน อ้าง บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ก่อนเกิดเหตุจุดเทียนไว้ แล้วออกไปทำธุระ

วันที่ 3 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนคลองปากข้าวสาร ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และใกล้เคียงหลายคัน พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธศวรรย์ และมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าระงับเหตุ

ไฟไหม้บ้าน

กลับมาถึงแทบช็อก ไฟไหม้บ้าน เพลิงโหมเผาวอด 4 หลัง ระดมดับเพลิงกว่า 1 ชั่วโมง เจ้าของบ้าน อ้าง บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ก่อนเกิดเหตุจุดเทียนไว้ แล้วออกไปทำธุระ

ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนบ้านไม้ที่ปลูกสร้างอยู่ติดกันหลายหลัง และมีซอยค่อนข้างแคบ โดยบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านต้นเพลิง พบเปลวไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ก่อนลุกลามไปยังบ้านข้างเคียงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บ้านเรือนถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง 4 หลัง และได้รับความเสียหายบางส่วนอีก 2 หลัง รวม 6 หลังคาเรือน

เนื่องจากซอยภายในชุมชนมีความแคบ รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปถึงบ้านต้นเพลิงได้ เจ้าหน้าที่ต้องจอดรถบริเวณกลางซอยและลากสายส่งน้ำเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อเร่งควบคุมเพลิง โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เหลือเพียงกลุ่มควันในพื้นที่

ไฟไหม้บ้าน

เบื้องต้นพบว่า บ้านต้นเพลิงได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่มีผู้สำลักควัน 1 ราย เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

นายวุฒิชัย ด่านชัยวิจิตร นายกเทศมนตรีเมืองอโยธยา กล่าวว่า ชุมชนดังกล่าวเป็นชุมชนบ้านไม้และมีทางเข้าออกค่อนข้างแคบ รถดับเพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงตัวบ้านได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องลากสายดับเพลิงเป็นระยะทางยาวเข้าไปควบคุมเพลิง เบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายหลัง

ด้าน ชาวบ้านรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเดินทางไปหาน้าชาย ซึ่งพักอาศัยอยู่ติดกับบ้านต้นเพลิง ระหว่างทางได้พบชายชื่อ นายประจักษ์ (ขอสงวนนามสกุล) โดยชายคนดังกล่าวพูดกับตนว่าเป็นคนจุดไฟเผาบ้านของตัวเอง ก่อนเดินออกจากบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำบอกเล่าของชาวบ้านและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ด้าน นายสุริยัน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ซึ่งพักอยู่บ้านติดกับบ้านต้นเพลิง กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ภายในบ้าน ก่อนเห็นไฟกำลังลุกไหม้บริเวณชั้น 2 ของบ้านต้นเพลิง จึงพยายามนำน้ำใส่กระป๋องเข้าไปช่วยดับไฟ แต่เนื่องจากไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงต้องรีบออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย ก่อนที่เพลิงจะลุกลามไปยังบ้านหลังอื่น

นายสุริยัน กล่าวว่า สามารถนำรถจักรยานยนต์ออกมาได้เพียง 1 คัน ส่วนข้าวของเครื่องใช้และทรัพย์สินอื่น ๆ ไม่สามารถนำออกมาได้ทัน พร้อมขอให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุเพลิงไหม้และสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด

ต่อมา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ พบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัว นายประจักษ์ อายุ 52 ปี เจ้าของบ้านต้นเพลิงไปสอบสวน

เบื้องต้น นายประจักษ์ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า บ้านของตนไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงจุดเทียนไว้ 1 เล่ม ก่อนออกไปทำธุระบริเวณใกล้เคียงเพียงครู่เดียว เมื่อกลับมาพบว่าบ้านเกิดเพลิงไหม้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุของเพลิงไหม้

พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและบันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำเจ้าของบ้านและพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง

ส่วนข้อมูลที่มีผู้กล่าวอ้างเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าของบ้านนั้น เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ และยังไม่มีข้อสรุปว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดเพลิงไหม้หรือไม่ โดยตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานและผลการสอบสวนก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน