บ้านสร้างอ่วม ถนนถูกตัดขาด 100% น้ำท่วมมิด 9 ตำบล ต้องปรับแผนขนเสบียงทางรถไฟ เผยตอนนี้วิกฤตสุด หนักกว่าปี 54
วันที่ 3 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี โดย นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัย พร้อมเปิดเผยว่า ภาพรวมในหลายอำเภอเริ่มคลี่คลาย อาทิ อ.นาดี สถานการณ์เกือบเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วน อ.กบินทร์บุรี น้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัดและเริ่มเปิดการจราจรได้แล้ว ขณะที่ อ.ประจันตคาม และ อ.ศรีมหาโพธิ แม้ระดับน้ำจะลดลงแต่ยังมีน้ำท่วมขังสูง ทำให้ชาวบ้านบางส่วนยังกลับเข้าบ้านไม่ได้
จุดที่น่าเป็นห่วงคือพื้นที่หมู่บ้านดงไชยมัน อ.ประจันตคาม ซึ่งมีสภาพกลายเป็นเมืองติดเกาะ ต้องสัญจรด้วยเรือเท่านั้น ทางจังหวัดได้จัดตั้งครัวประกอบอาหารที่โรงพยาบาลสนาม (รร.สุวรรณวิทยา) และส่งเจ้าหน้าที่นำเรือส่งเสบียงอาหารให้ชาวบ้านที่ไม่ยอมทิ้งบ้านเรือน วันละ 3 มื้อ ส่วนเรื่องสุขภาพได้สั่งการให้สาธารณสุขลงพื้นที่ดูแลโรคที่มากับน้ำ เช่น ผื่นคัน น้ำกัดเท้า อย่างใกล้ชิด
นายชนาธิป กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ อ.บ้านสร้าง เป็นพื้นที่วิกฤตที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากเป็นจุดรับน้ำทั้งหมดก่อนส่งต่อไปยัง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ศูนย์พักพิงเทศบาลตำบลบางแตน (รร.ศรีรักษ์) น้ำสูงกว่าพื้นที่โรงเรียนถึง 50 ซม. ต้องใช้คันดินกั้นน้ำไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งนำเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าไปสมทบเพิ่มเติม
ด้าน นายเสฏวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง เปิดเผยถึงสถานการณ์ขั้นวิกฤตว่า อุทกภัยในพื้นที่ครั้งนี้หนักหนากว่าปี 2554 และ 2556 มาก สาเหตุเกิดจากมวลน้ำ 2 สายหลัก คือ แม่น้ำปราจีนบุรี (รับน้ำจากกบินทร์บุรี-ศรีมหาโพธิ) และมวลน้ำจากแม่น้ำนครนายก ไหลมาบรรจบกันที่ ต.บางแตน ประกอบกับน้ำบางส่วนหลากเข้าทุ่งบางพลวง ทำให้ปริมาณน้ำมหาศาลทะลักเข้าท่วมพื้นที่อำเภอบ้านสร้างครบทั้ง 9 ตำบล 88 หมู่บ้าน แม้แต่ที่ว่าการอำเภอซึ่งเป็นที่สูง ระดับน้ำยังท่วมสูงเลยหัวเข่า
“ขณะนี้ถนนสายหลักและสายรองทุกเส้นทางถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง รถเล็กไม่สามารถวิ่งได้ ต้องใช้รถยกสูงของทหาร (GMC) รถกู้ภัย ปภ. และเรือในการสัญจรเท่านั้น ทางอำเภอได้ตั้งศูนย์พักพิงรวม 14 แห่ง มีผู้อพยพเข้ามาแล้วกว่า 700 คน หรือประมาณ 80-90% ของผู้เดือดร้อนทั้งหมด แต่ยังมีชาวบ้านอีกราว 10% ที่ยังห่วงบ้านและดื้อรั้นไม่ยอมอพยพ จึงขอวิงวอนผ่านสื่อมวลชนว่าอย่าชะล่าใจ เพราะน้ำยังมาอีกเยอะ ขอให้รีบอพยพมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต โดยเรามีเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับสายด่วนและนำเรือเร็วเข้าช่วยเหลือตลอดเวลา เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้สูญเสียชีวิต” นายอำเภอบ้านสร้าง กล่าว
ขณะเดียวกัน จากปัญหาการคมนาคมที่ถูกตัดขาด ทำให้การส่งความช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก นายกฤษณ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ได้ปรับแผนการช่วยเหลือ โดยการลำเลียงถุงยังชีพและเสบียงอาหารใส่โบกี้รถไฟ เพื่อเดินทางเข้าไปยังพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง
“เนื่องจากถนนเข้าบ้านสร้างถูกตัดขาดทั้งหมด เราจึงต้องนำสิ่งของช่วยเหลือบรรทุกใส่โบกี้รถไฟจำนวน 1 โบกี้ ไปลงที่สถานีรถไฟหนองน้ำขาว อ.บ้านสร้าง จากนั้นให้ทีมกู้ภัยนำรถยกสูงและเรือมารับช่วงต่อ เพื่อกระจายสิ่งของนำไปส่งมอบให้ตามศูนย์พักพิงต่างๆ เช่น ศูนย์ฯ ศรีรักษ์ และศูนย์ฯ บางเตย ยืนยันว่าเราจะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องอดอยากอย่างแน่นอน” นายก อบจ.ปราจีนบุรี กล่าวทิ้งท้าย