กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การ อำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.๖ บก.ทล., พ.ต.ท.จิระพันธ์ รุจิระกุล รอง ผกก.6 บก.ทล.,
พ.ต.ท.ธนพล ยอดกัญหา รอง ผกก.6 บก.ทล.,พ.ต.ท.กีรติ เหิมศรีชาติ สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.5 กก.๖ บก.ทล. โดยมี ร.ต.อ.พรชัย พวงใส รอง สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล.,
ร.ต.ท.พิษณุพงศ์ ผิวงาม ,ร.ต.ท.ปริญ สอนสุข, ร.ต.ต.ธีระพงษ์ อ่อนเชียง,
ร.ต.ต.ทรงวุฒิ เพ็ญภักดีกุลรอง สว.(ป) ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล, ด.ต.ครบมิตร ศิลาพล , ด.ต.ชาญณรงค์ ปัตวงค์., ด.ต.จตุชัย ทองผุย,ด.ต.วรพิสิทษฐ์ จันละบุตร ,ส.ต.ท.ปรเมศวร์ คำบาล ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุม นายชายอายุ 44 ปีชาว ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ผู้ต้องหาตามหมายจับ
– หมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ จ.71/2567 ลง วันที่ 21 มีนาคม 2567 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน
“ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ บัญชีเงินฝาก บัตร
อิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง”
สถานที่จับกุม บริเวณถนนหมายเลข 12 กม. 716 ต.โนนยาง อ.หนองสูง จ.มุกดาหารพฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการตั้งจุดกวดขันวินัยจราจรและปราบปรามการกระทำผิดอาญาบนถนนหลวง บริเวณถนนหมายเลข 12 กม. 716 ต.โนนยาง อ.หนองสูงจ.มุกดาหาร
ขณะตั้งจุดตรวจ ได้มี รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ อำนาจเจริญ(ทราบภายหลังจากที่ไปตรวจสอบ) วิ่งมาจากทางจังหวัดกาฬสินธุ์ มุ่งหน้าเข้าจุดตรวจ พอเห็นเจ้าหน้าที่ คนขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าว กลับจอดรถ ก่อนเข้าถึงจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ พบเห็นเป็นพิรุธ น่าสงสัย
จึงได้นำรถวิทยุ ออกไปตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ตรวจสอบเบื้องต้น พบผู้ขับขี่ ใบอนุญาติขับขี่หมดอายุ จึงได้เชิญตัวมายังจุดตรวจ และเจ้าหน้าที่ได้ทำการออกใบสั่ง ให้ผู้ขับขี่ ในข้อหา ขับรถโดยใบอนุญาตขับขี่สิ้นอายุ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำตรวจสอบ
ผู้โดยสารที่มากับรถบรรทุกคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามชื่อ ผู้โดยสารที่มากับรถบรรทุก ปรากฏว่ามี ผู้โดยสาร เป็นชาย 1 ราย แจ้งว่าชื่อนายธงชัย ผุยอุทา(ทราบชื่อ-สกุล ภายหลัง) หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบตัวบุคคล พบว่านายธงชัย เป็นบุคคลตามของศาลจังหวัดสระบุรี ที่ จ.71/2567 ลง วันที่ 21 มีนาคม 2567
ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจกรที่ตนเกี่ยวข้อง” จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุม จึงได้2แสดงตัวพร้อมหมายจับและสอบถาม
นายธงชัย รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ นี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงได้อ่านหมายจับให้ฟังและให้ตรวจอ่านเอง ทั้งแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมทั้งสิทธิ ให้ทราบและเข้าใจดีแล้ว จึงได้ทำบันทึกการจับกุมตามหมายจับและนำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส.สภ.เสาไห้. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบมีการใช้บัญชีชื่อ นายธงชัย ข่มขู่ให้เกิดความกลัวและหลอกให้โอนเงิน
พฤติการณ์โดยย่อ กล่าวคือ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 09.29 น.ขณะที่ผู้เสียหายทำงานอยู่ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สระบุรี เลขที่60 ม.7 ต.สวนดอกไม้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
ได้มีหญิงซึ่งอ้างว่าเป็นดาบตำรวจหญิงได้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายโดยโทรจากหมายเลขมายังโทรศัพท์ผู้เสียหายหมายเลข แจ้งว่าผู้เสียหายเช่าบ้านอยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ และบ้านหลังดังกล่าวเกี่ยวข้องกับยาเสพติดผู้เสียหายได้ขอหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของหญิงดังกล่าว แต่หญิงดังกล่าวไม่ให้แล้ววางสาย
ต่อมามีหญิงอีกคนอ้างว่าเป็นดาบตำรวจหญิงเช่นกันโทรศัพท์มาหาผู้เสียหายอีก ทั้งอธิบายว่าบ้านหลังดังกล่าวเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริง และให้ผู้เสียหายคุยกับร้อยเวรชื่อพ.ต.ท.สานนท์ จันจินดา ได้พูดคุยกันถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ร้อยเวรแจ้งว่าจะทำการสอบสวนผู้เสียหายทางโทรศัพท์ ได้ให้ผู้เสียหายแอดไลน์เป็นเพื่อน
โดยส่งไอดีไลน์มาให้คือ puk.0019 และได้เป็นเพื่อนกันทางไลน์ ต่อมา กลุ่มคนร้ายได้ส่งภาพถ่ายบัญชีธนาคารกรุงไทย ที่มีชื่อผู้เสียหายเป็นเจ้าของบัญชี ปิดบังเลขบัญชีตัวหน้าไว้คงให้เห็น 4 ตัวท้าย แต่ผู้เสียหายยืนยันว่าไม่ใช่บัญชีของตน บัญชีดังกล่าวมีเงินในบัญชี 8,560,000 บาทซึ่งบัญชีดังกล่าวได้ถูกอายัดไว้แล้ว
กลุ่มคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายแจ้งบัญชีธนาคารที่มีทั้งหมดกับกลุ่มคนร้ายเพื่อจะได้ไม่ถูกอายัด และได้ให้ผู้เสียหายโอนเงินในบัญชีทั้งหมดไปให้กับกลุ่มคนร้ายเพื่อตรวจสอบที่มาของเงิน เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว ช่วงเย็นก็จะโอนเงินคืนมาให้ พร้อมค่าเสียเวลา
ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้กับกลุ่มคนร้ายจำนวน 9 ครั้งครั้งที่ 1 จำนวนเงิน 256,059.07 บาท จากบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา ไปยังบัญชีธนาคาร เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 11.31 น.
โอนโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งผ่านแอปของธนาคาร ทางโทรศัพท์มือถือของผู้แจ้งครั้งที่ 2 จำนวนเงิน23,561.67 บาท จากบัญชีธนาคาร สาขาศูนย์การค้า ไปยังบัญชีธนาคาร เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 11.34 น.
โอนโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งผ่านแอปของธนาคาร ทางโทรศัพท์มือถือของผู้แจ้งครั้งที่ 3 จำนวนเงิน 40,500 บาท จากบัญชีธนาคาร สาขาศูนการค้าอยุธยาปาร์ค ไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทย เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 11.39 น.
โอนโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งผ่านแอปของธนาคาร ทางโทรศัพท์มือถือของผู้แจ้งครั้งที่ 4 จำนวนเงิน 21,943.86 บาท จากบัญชีธนาคาร สาขาศูนการค้า ไปยังบัญชีธนาคาร เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 11.42 น.
โอนโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งผ่านแอปของธนาคาร ทางโทรศัพท์มือถือของผู้แจ้งครั้งที่ 5 จำนวนเงิน 7,791.41 บาท จากบัญชีธนาคาร สาขาอยุธยา ไปยังบัญชีธนาคาร เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 11.44 น.
โอนโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งผ่านแอปของธนาคาร ทางโทรศัพท์มือถือของผู้แจ้งครั้งที่ 6 จำนวนเงิน 910.30 บาท จากบัญชีธนาคาร สาขาเสาไห้ ไปยังบัญชีธนาคาร เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 11.50 น.
โอนโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งผ่านแอปของธนาคาร ทางโทรศัพท์มือถือของผู้แจ้ง3ครั้งที่ 7 จำนวนเงิน 1,819,520 บาท จากบัญชีธนาคารออมสิน สาขาเจ้าพรหม ไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทย เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 12.11 น.
โอนโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งผ่านแอปของธนาคาร ทางโทรศัพท์มือถือของผู้แจ้งครั้งที่ 8 จำนวนเงิน 23,000 บาท จากบัญชีธนาคาร สาขาศูนการค้าอยุธยาปาร์ค ไปยังบัญชีธนาคาร เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 12.21 น.
โอนโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งผ่านแอปของธนาคาร ทางโทรศัพท์มือถือของผู้แจ้งครั้งที่9 จำนวนเงิน 30,000 บาท จากบัญชีธนาคาร สาขาอยุธยา เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566เวลา 12.27 น. โอนโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งผ่านแอปของธนาคาร ทางโทรศัพท์มือถือของผู้แจ้งยอดความเสียหายรวม เป็นเงิน จำนวน 2,223,286.31 บาท
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาโดยนายธงชัย ให้การว่าว่าตนได้ไปเปิดบัญชี และขายไปในราคา 500 บาทเตือนภัยการเปิดหรือขายบัญชีให้ผู้อื่น “บัญชีม้า” ถือเป็นอาชญากรรมตาม พ.ร.ก. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.กีรติ เหิมศรีชาติ สว.ทล.5 กก.6 บก.ทล.
