หนุ่มวัย 26 ปี แย่งปืนตำรวจ ก่อนก่อเหตุสลดคาโรงพักต่อหน้าตร.หลายนาย พบจดหมาย 1 ฉบับเขียนทิ้งไว้ อ้างมีคนตามล่า ตัวเองมีค่าหัวสูงถึง 58 ล้านบาท

เมื่อเวลา 00.24 น. วันที่ 5 ต.ค.2569 ที่บริเวณหน้า สภ.เมืองระยอง พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง เปิดเผยว่า นายเอกนรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ได้เดินทางเข้ามาภายในโรงพัก ขออนุญาตชาร์จโทรศัพท์มือถือและนั่งอยู่เป็นเวลานาน

ต่อมานายเอกนรินทร์เริ่มแสดงอาการผิดปกติ เดินวนไปมา ขึ้น-ลงโรงพัก พร้อมกับบ่นพึมพำด้วยอาการหวาดระแวง อ้างว่ามีคนกำลังตามไล่ล่าและตนเองมีค่าหัวสูงถึง 58 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงพยายามพูดคุยเกลี้ยกล่อม

แย่งปืนตำรวจ

หนุ่มวัย 26 ปี แย่งปืนตำรวจ ก่อนก่อเหตุสลดคาโรงพักต่อหน้าตร.หลายนาย พบจดหมาย 1 ฉบับเขียนทิ้งไว้ อ้างมีคนตามล่า ตัวเองมีค่าหัวสูงถึง 58 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ส.ต.ท.นันทพงษ์ ดาราย ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม พร้อมเพื่อนตำรวจสายตรวจหลายนาย กำลังนั่งตรวจสมุดตู้แดงอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าโรงพัก และได้พยายามบอกให้นายเอกนรินทร์ เดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้าน เนื่องจากเห็นว่าสงบสติอารมณ์ลงแล้ว

แต่ระหว่างที่ ส.ต.ท.นันทพงษ์ เผลอ นายเอกนรินทร์ได้เดินเข้าประชิดด้านหลังจากมุมอับ ก่อนจะใช้มือกระชากแย่งอาวุธปืนพกขนาด 9 มม. ที่เหน็บอยู่บริเวณเอวด้านขวาของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรวดเร็ว และใช้ปืนดังกล่าวก่อเหตุอัตวินิบาตกรรมเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายทันที โดยที่ตำรวจไม่สามารถเข้าขัดขวางหรือแย่งปืนคืนได้ทัน

แย่งปืนตำรวจ

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์นิติเวชได้รุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่างของนายเอกนรินทร์ นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณพื้นด้านหลังรถตู้ของตำรวจ บริเวณมือขวาพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกายของ ส.ต.ท.นันทพงษ์ ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบทรัพย์สินและพบจดหมายลาตาย จำนวน 1 ฉบับ ในตัวผู้เสียชีวิต มีข้อความระบุใจความสำคัญในทำนองว่า ​”ผมมีชีวิตอย่างหวาดกลัวมาโดยตลอด ผมมีค่าหัว ผมไม่มีโอกาสรอดแล้ว ผมไม่อยากถูกตัดหัว ผมจึงคงได้เลือกมาที่นี่ หากผมทำสำเร็จ อยากให้เผาทันที อยากให้เอาหัวของผมไป ผู้ร่วมมือและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ระวังเผลอหลุดปากนะ โดนเก็บนะ”

ด้าน ญาติผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ผู้ตายไม่มีครอบครัว อาศัยอยู่กับพี่ชายและลุงในอ.นิคมพัฒนา และเพิ่งได้งานทำที่โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในอ.บ้านค่าย ได้เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น​

ด้าน ส.ต.ท.นันทพงษ์ เล่าเหตุการณ์ด้วยความตกใจว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจสมุดตู้แดงร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ผู้ตายได้เดินไปมาใกล้จุดดังกล่าว ตนจึงช่วยพูดจาเกลี้ยกล่อมและบอกให้กลับบ้านไปนอน คิดว่าเรื่องจะจบลงด้วยดี แต่ผู้ตายกลับฉวยจังหวะที่ตนไม่ทันระวังตัวเข้าแย่งปืนแล้วก่อเหตุดังกล่าวอย่างรวดเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน