ระทึก หนุ่มเก็บเงินกู้ ร้องเพจดัง อ้างถูกแก๊งเงินกู้อีกกลุ่ม ขับรถปาด-ชน ก่อนถอยเหยียบซ้ำ ต้องโดดหนีตาย วอนคู่กรณีออกมาเคลียร์
วันที่ 5 ต.ค.2569 นายภาณุมาศ จิตวสินกุล เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” พร้อมผู้สื่อข่าว รับเรื่องร้องเรียนจาก นายลอยด์ อายุ 31 ปี พนักงานเก็บเงินกู้รายหนึ่ง หลังอ้างว่าถูกกลุ่มผู้ปล่อยเงินกู้รายวันจากพื้นที่ จ.อุทัยธานี ขับรถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณ ถนนทหาร ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี และยังมีพฤติกรรมถอยรถกลับมาหลังเกิดเหตุ จนเจ้าตัวต้องกระโดดหนีขึ้นฟุตบาทเพื่อเอาชีวิตรอด พร้อมกับนำภาพวงจรปิดมาให้ผู้สื่อข่าวดู
นายรอย เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.20 น. ขณะที่ตนขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน หลังรับประทานอาหาร ระหว่างทางบริเวณถนนทหาร ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี พบรถยนต์ของคู่กรณีจำนวน 2 คันขับปาดหน้า โดยอ้างว่าไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ก่อนที่รถยนต์คันหนึ่งจะพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของตนอย่างแรงจนรถล้ม
นายรอยอ้างอีกว่า หลังรถจักรยานยนต์ล้มลง ตนสังเกตเห็นรถยนต์คู่กรณีถอยหลังกลับมา และมีลักษณะเหมือนจะขับเข้าหาอีกครั้ง จึงตัดสินใจกระโดดหนีขึ้นฟุตบาทเพื่อเอาชีวิตรอด จากนั้นรถคันดังกล่าวได้ขับเดินหน้าและวนกลับมาอีกครั้ง ทำให้เจ้าตัวหวาดผวาอย่างมาก
คนขับรถไม่ได้ลงจากรถหรือเปิดกระจกมาสอบถามอาการ แต่ขับรถออกจากจุดเกิดเหตุไปทันที หลังตั้งสติได้ จึงพยายามบันทึกภาพ และป้ายทะเบียนรถไว้ ก่อนนำข้อมูลไปตรวจสอบกับเพื่อนร่วมอาชีพ จนทราบว่า เป็นรถที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ปล่อยเงินกู้จาก จ.อุทัยธานี ซึ่งเข้ามาทำธุรกิจเก็บเงินกู้ในพื้นที่ จ.อุดรธานี
นายรอย ยอมรับว่า ตนเองทำงานเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้เช่นเดียวกัน จึงรู้จักแวดวงดังกล่าว และอ้างว่าคู่กรณีเป็นกลุ่มที่เรียกกันว่า “โต๊ะอุทัย” หลังเกิดเหตุพยายามติดต่อเพื่อพูดคุยและเจรจา แต่ยังไม่สามารถตกลงหรือเคลียร์ปัญหากันได้
“ทำงานอาชีพเดียวกัน ไม่ควรถึงขั้นทำร้ายกันแบบนี้ อยากให้คู่กรณีออกมาพูดคุยกันต่อหน้า หากมีปัญหาอะไรสามารถคุยและตกลงกันได้ ไม่อยากให้เรื่องบานปลายจนถึงขั้นเอาชีวิตกัน” นายรอยกล่าว

ทั้งนี้ นายรอยระบุว่า ได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองอุดรธานีไว้แล้ว พร้อมนำหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาร้องเรียนผ่านเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอความเป็นธรรมในกรณีที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้อมูลจากคำกล่าวอ้างของผู้เสียหาย ขณะนี้ยังไม่ได้มีการยืนยันข้อเท็จจริงจากคู่กรณี จึงต้องรอการตรวจสอบพยานหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด และผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป