สลดริมเขื่อน ไฟไหม้กระบะวอด ผงะ เจอโครงกระดูกมนุษย์ที่เบาะหน้า เช็กทะเบียนพบเจ้าของรถเป็นหญิงสาววัย 36 ปี แกะรอยตามหาญาติเจอพ่อ เผยติดต่อลูกไม่ได้
วันที่ 7 ต.ค.2569 พ.ต.อ.คมเดชณ์ เปาะทอง รักษาการ ผกก.สภ.ห้วยยอด เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถยนต์ บริเวณใกล้อ่างเก็บน้ำเขื่อนท่างิ้ว ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ห้วยยอด และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างภักดีตรัง
ที่เกิดเหตุพบเพลิงไหม้รถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน 4 ประตู เป็นรถโหลดเตี้ย ทะเบียน นครศรีธรรมราช สภาพรถถูกเพลิงไหม้ตั้งแต่หน้ารถและลุกลามทั้งคัน เจ้าหน้าที่ช่วยกันดับเพลิงจนสงบ ตรวจสอบภายในรถบริเวณเบาะนั่งด้านหน้าคู่คนขับ มีวัตถุคล้ายกับร่างมนุษย์ โดยส่วนโครงร่างอยู่บนเบาะที่นั่งคู่คนขับ ส่วนกะโหลกศีรษะอยู่บริเวณที่วางเท้า

สลดริมเขื่อน ไฟไหม้กระบะวอด ผงะ เจอโครงกระดูกมนุษย์ที่เบาะหน้า เช็กทะเบียนพบเจ้าของรถเป็นหญิงสาววัย 36 ปี แกะรอยตามหาญาติเจอพ่อ เผยติดต่อลูกไม่ได้
จากการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถทำให้ทราบว่า เจ้าของผู้ครอบครองรถคือ น.ส.ทิพย์วรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ชาว จ.สงขลา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรไปที่หมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งไว้ในทะเบียนราษฎร์ ปรากฏว่าหมายเลขดังกล่าวยกเลิกการใช้งาน
ตำรวจจึงโทรไปที่พ่อของ น.ส.ทิพย์วรรณ ปรากฏว่าโทรศัพท์ติดต่อได้ โดยพ่อได้พยายามโทรหาน.ส.ทิพย์วรรณแต่ไม่มีคนรับสาย
ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้อ่างเก็บน้ำเขื่อนท่างิ้ว เปิดเผยว่า พบเห็นรถคนดังกล่าวจอดอยู่จุดนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่พบเห็นว่าใครอยู่ภายในรถ เพราะขึ้นกระจกทั้ง 4 บาน และไม่มีใครสนใจ เพราะคิดว่าคนมาตกปลา เนื่องจากปกติบริเวณเขื่อนจะมีชาวบ้านมาจอดรถและไปตกปลาเป็นประจำ
จนกระทั่งเวลา 20.00 น.ของวันที่ 6 ต.ค. เกิดเพลิงไหม้รถคันดังกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านก่อนที่จะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด และประสานรถดับเพลิงมาดับเพลิงรถกระบะที่ถูกไฟไหม้
ด้าน นายสุริยา มีเต็ม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 6 ต.ค. ตนออกไปกรีดยางผ่านเส้นทางนี้ พบเห็นชายคนหนึ่งรูปร่างผอมสูง สวมหมวก ยืนอยู่ใกล้รถ ตนหันไปเห็นแต่ไม่ได้สนใจอะไร ไม่ได้ส่องไฟดูหน้าให้ชัดเจน
ส่วนตัวไม่รู้ว่ารถมาจอดตอนไหน แต่เห็นตอนไปกรีดยาง โดยรถจอดติดโคลนอยู่ ตนเข้าใจว่าเป็นคนมาตกปลา และเห็นมีการโทรศัพท์ ก็เข้าใจว่าคงจะโทรศัพท์ให้คนมาช่วยลากรถขึ้นจากโคลน ตนก็ไม่ได้สนใจ
แต่พอตอนเย็นตนกลับจากไปงาน ก็เห็นรถจอดอยู่ แต่พอตนถึงบ้านได้รับแจ้งจากชุด ชรบ.ว่า ไฟติดรถ แต่ไม่ทราบว่าติดได้อย่างไร
เช่นเดียวกับชาวบ้านรายอื่น ๆ เห็นก็เข้าใจว่ารถของคนมาตกปลา จึงไม่ได้สนใจ และในวันนี้ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ตนเองขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาบนถนนริมเขื่อนก็พบว่ารถได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่บริเวณห้องเครื่อง และลุกลามไปในห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว
ตนจึงบอกชาวบ้านและแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้แจ้งตำรวจพร้อมขอรถดับเพลิงมาดับเพลิง โดยปกติบริเวณตรงนี้จะมีผู้ที่มาตกปลาเป็นจำนวนมากและจอดรถริมอ่างเก็บน้ำใต้ต้นปาล์มกันเป็นจำนวนมาก รถที่เกิดเพลิงไหม้ก็เข้าใจว่าเขามาตกปลาเช่นกัน
นายธนกฤต ใส้เพี้ย หัวหน้าชุดกู้ภัยมูลนิธิสว่างภักดีตรัง กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบสภาพของร่างที่คล้ายมนุษย์ ลักษณะนั่งบนเบาะ แต่หันหลังให้หน้ารถ แต่หลังจากถูกไฟเผา คาดว่าศีรษะคงจะร่วงตกลงไปอยู่ที่วางเท้า
เบื้องต้นทางชุดสืบสวน สภ.ห้วยยอด ได้ทำการออกสืบสวน เบื้องต้นพบว่า สำหรับเจ้าของรถคือ น.ส.ทิพย์วรรณ เลิกกับสามีและมาได้สามีคนใหม่เป็นคน จ.นครศรีธรรมราช แต่ทางญาติโทรติดต่อน.ส.ทิพย์วรรณไม่ได้
โดยในวันนี้จะเร่งประสานญาติ และเร่งไล่กล้องวงจรปิด เพื่อติดตามคลี่คลายคดีต่อไป และจะเร่งติดตามสามีใหม่ที่อยู่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อทำการสอบสวนต่อไปด้วย
