ตำรวจ สภ.ปากน้ำชุมพร รวบหนุ่มแรงงานโหด มือฆาตกรรมเพื่อนร่วมอาชีพ ก่อนนำศพทิ้งทะเล ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คาดปมสังหารมาจากเรื่องทรัพย์สินที่ถูกขโมย

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 7 ต.ค.2569 พ.ต.อ.สมพล บูรณเทศ ผกก.สภ.ปากน้ำชุมพร พร้อมด้วยพ.ต.ท.ภัทศาสน์ บัวแก้ว รอง ผกก.สส.สภ.ปากน้ำชุมพร พนักงานสอบสวนและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำตัวนายต้าแง หรือ Mr.Thar Nge Thar อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นๆ ทำแผนประกอบรับคำสารภาพ ภายในเรือประมงขนาดใหญ่บริเวณท่าเทียบเรือประมง หมู่ 8 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุชาวบ้านพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย ลอยติดอยู่ใกล้เรือประมง ในคลองท่าตะเภา หมู่ 8 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร จากการชันสูตรมีบาดแผลถูกเหล็กแทงเสียบคาอยู่ด้านหลังลำคอ บริเวณใต้คางถูกของมีคมปาด เป็นแผลฉกรรจ์และศีรษะมีบาดแผลหลายแห่ง ในตัวพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และไฟเช็คแก็ส 1 อัน ไม่พบเอกสารหลักฐานทางราชการ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจถูกฆาตกรรม ทางผกก.สภ.ปากน้ำชุมพร จึงสั่งการ รอง ผกก.สส. จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ออกติดตามสืบสวนจนทราบว่าผู้ตายคือ นายเฮียด เท็ด จอง อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา และรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาในที่สุด

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพาผู้ต้องหาไปชี้จุดเรือประมง ที่ผู้ตายทำงาน และใช้เป็นที่พักอาศัย และจุดที่สอง ที่ลงมือก่อเหตุ และนำร่างทิ้งน้ำ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน โดยจุดก่อเหตุห่างจากจุดพบศพประมาณ 50 เมตรเท่านั้น ทำแผนประกอบรับคำสารภาพใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนนำตัวกลับไปที่สภ.ปากน้ำชุมพร ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ด้าน ผกก.สภ.ปากน้ำชุมพร เปิดเผยว่า แนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเริ่มต้นด้วยการติดตามหาตัวตนผู้เสียชีวิต จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นจากพยานแวดล้อม และพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งผู้ก่อเหตุ และผู้เสียชีวิตไม่ได้รู้จักกัน เป็นการส่วนตัวในชีวิตประจำวัน แต่ประกอบอาชีพ และจอดเรืออยู่บริเวณใกล้เคียงกัน แต่อยู่คนละลำ สาเหตุของการทะเลาะวิวาท น่าจะมาจากเรื่องทรัพย์สิน ซึ่งมีการขโมยทรัพย์สินกัน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยอยู่ในระหว่างขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา ที่เหมาะสมกับผู้กระทำผิดต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน