ภูเก็ต เอาจริง ตำรวจ ปราบปราม กลุ่มวัยรุ่น ป่วนเมืองกลางดึก ควบคุมตัว 35 คน ยึดจยย. 20 คัน ดำเนินคดีผู้สนับสนุน 7 ราย เรียกผู้ปกครองเยาวชน รับทราบพฤติกรรม ขู่ปล่อยปละละเลยโดยแน่
8 ต.ค. 69 – สืบเนื่องจากกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลังชาวบ้านร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มวัยรุ่น ขี่รถจักรยานยนต์รวมตัวกันในช่วงกลางดึก มีพฤติกรรมเบิ้ลเครื่องยนต์ ส่งเสียงดัง
รวมถึงจุดพลุและประทัด สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งกวดขันป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง

ล่าสุด พล.ต.ต.สุรชัย สุกใส ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้สั่งการให้สถานีตำรวจในสังกัด ภ.จว.ภูเก็ต เพิ่มความเข้มงวดในการกวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่รวมตัวกันในช่วงเวลากลางคืน ก่อนเข้าสู่เทศกาลถือศีลกินผัก ประจำปี 2569
จากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ พบว่า สภ.เมืองภูเก็ต สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้จำนวน 4 ราย ในฐานความผิดเกี่ยวกับการก่อความเดือดร้อนรำคาญ
ส่วน สภ.วิชิต ได้ยกระดับมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชน โดยเน้นช่วงเวลา 00.00-04.00 น. โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่มักมีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกัน
โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ บริเวณจุดชมวิวแหลมดินสอ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต สามารถควบคุมตัวเยาวชน และกลุ่มเสี่ยงได้จำนวน 35 ราย หลังพบพฤติกรรมรวมกลุ่มมั่วสุม และมีพลุหรือประทัดไว้ในครอบครอง
ขณะเดียวกันตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่เกี่ยวข้องได้จำนวน 20 คัน และดำเนินคดีตามกฎหมายจราจรและกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
สำหรับมาตรการทางกฎหมาย หากพบการแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนกรณีขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในบางกรณีศาลสามารถมีคำสั่งริบรถที่ใช้ในการกระทำความผิดได้ตามกฎหมาย
นอกจากนี้ หากพบการจุดพลุ หรือดอกไม้เพลิง โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือกระทำในลักษณะที่ก่อให้เกิดอันตรายหรือความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น อาจมีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับดอกไม้เพลิงและวัตถุระเบิด รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยโทษแตกต่างกันไปตามลักษณะและความรุนแรงของการกระทำ
ส่วนการส่งเสียงดัง จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญ อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 370 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และกรณีก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น อาจเข้าข่ายมาตรา 397 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ทั้งนี้ หากการจุดพลุหรือประทัดก่อให้เกิดเหตุเพลิงไหม้หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น อาจมีความผิดและมีโทษสูงขึ้นตามกรณี
ขณะเดียวกัน สภ.วิชิต ยังดำเนินมาตรการกับ ผู้ปกครองของเยาวชน ที่เกี่ยวข้อง โดยเรียกเข้ารับทราบพฤติกรรม และกำชับให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินการตามกฎหมาย และมาตรการที่เกี่ยวข้อง หากพบว่า มีการปล่อยปละละเลยหรือสนับสนุนให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสี่ยง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังดำเนินคดีกับผู้สนับสนุนให้กลุ่มวัยรุ่นมั่วสุม จำนวน 7 ราย หลังพบผู้ใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรวมกลุ่มของเยาวชน โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบพฤติการณ์เป็นรายกรณี หากเข้าข่ายยุยง ส่งเสริม หรือสนับสนุนให้เด็กหรือเยาวชนประพฤติตนไม่เหมาะสม อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ตำรวจ ยังฝากเตือนไปยัง ผู้ปกครอง เยาวชน รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนัดหมาย หรือสนับสนุนการแข่งรถ การมั่วสุม หรือการจุดพลุและประทัดว่า เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินผัก ซึ่งคาดว่า จะมีประชาชน และนักท่องเที่ยวออกมาทำกิจกรรมในพื้นที่จำนวนมาก
สำหรับ มาตรการป้องกัน สภ.วิชิต ได้เพิ่มความเข้มงวดในการจัดระเบียบสังคม บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจพื้นที่เสี่ยงในช่วงกลางคืน พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการรวมกลุ่มก่อเหตุ และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน
รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลถือศีลกินผัก ประจำปี 2569
