ชาวสวนส้มโอแม่กลองโอด น้ำท่วมทำต้นทุนหลักแสนจมน้ำ ห่วงเงินเยียวยาไม่ครอบคลุมกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งขั้นตอนยุ่งยาก
วันที่ 8 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจ.สมุทรสงคราม ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะชาวสวนที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตรเป็นเวลาหลายวัน สร้างความเสียหายทั้งต้นไม้ ผลผลิต รวมถึงอุปกรณ์ทางการเกษตร ขณะที่นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม พร้อมจิตอาสาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมกำลังสูบและผลักดันน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายจุดระดับน้ำเริ่มลดลง สร้างความหวังให้กับชาวบ้านที่เฝ้ารอสถานการณ์คลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม แม้ระดับน้ำจะเริ่มลด แต่ความกังวลของชาวสวนยังไม่หมดไป โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสวนและหลักเกณฑ์การขอรับเงินเยียวยาจากภาครัฐ ซึ่งชาวบ้านมองว่าอาจยังไม่ครอบคลุมกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

นางพรพรรณี ชาวสวนส้มโอ บอกว่าการเยียวยาด้านการเกษตรยังมีขั้นตอนและหลักเกณฑ์หลายประการ หลังขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้วยังต้องมีคณะกรรมการลงมาตรวจสอบความเสียหาย ขณะที่ความเสียหายจริงไม่ได้เกิดเฉพาะกับจำนวนต้นส้มโอที่เสียหายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์ทางการเกษตร เช่น ระบบสปริงเกอร์ และทรัพย์สินอื่นภายในสวนด้วย ทำให้ความยุ่งยากของระบบลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ โดยเฉพาะประชาชนสูงอายุในพื้นที่ริมน้ำ บางรายไม่มีสมาร์ทโฟนหรือไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันของภาครัฐได้ จึงอยากให้หน่วยงานลงพื้นที่ตั้งจุดรับลงทะเบียนและช่วยรวบรวมเอกสารถึงชุมชน เพื่อลดขั้นตอนและทำให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนได้จริง

ยกตัวอย่างต้นทุนของสวนในฤดูกาลนี้ หลังเก็บผลผลิตไปเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ได้ลงทุนปรับปรุงสวนใหม่ ทั้งการนำดินเลนขึ้นมาปรับพื้นที่ ซื้อปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และยาป้องกันโรค รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 1 แสนบาท โดยเฉพาะค่าดินเลนเพียงอย่างเดียว 5 หมื่นบาท จึงมองว่าหากได้รับเงินช่วยเหลือเพียงหลักหมื่นก็อาจไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูสวนให้กลับมาเหมือนเดิม

ขณะที่ น.ส.เภารำไพ จรรยา หัวหน้าสำนักงานปภ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า เงินเยียวยารัฐบาล 9,000 บาท ซึ่งจะเยียวยาลักษณะของภัยจากน้ำท่วมและกรณีเสียชีวิตคือ 2 ล้านบาท สำหรับบ้านเรือนเสียหายถูกน้ำท่วมไม่เกิน 7 วันก็จะได้รับหลังละ 9,000 บาท รายละเอียดหลักเกณฑ์การเยียวยาก็ขอให้ประชาชนติดต่อไปที่ท้องถิ่น (อบต. เทศบาล) ใกล้บ้านพร้อมยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง
เช่น สำเนาบัตรประชาชน ที่ไม่หมดอายุ สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายความเสียหาย ส่วนของเรื่องรูปถ่ายความเสียหาย หากถ่ายรูปไม่ทันตอนช่วงน้ำท่วมต้องอพยพไปก่อน เมื่อท่านกลับมาที่บ้านก็ให้ถ่ายรูปความเสียหายภายหลังก็ได้ เพราะว่าอาจมีคราบน้ำหรือมีความเสียหายของทรัพย์สินในบ้านก็เป็นหลักฐาน แล้วไปยื่นที่ท้องถิ่นใกล้บ้าน