เปิดตัวเลขความเสียหาย พิษน้ำท่วมเมืองจันท์ สวนทุเรียน จมอ่วม 9 อำเภอ 20,000 ไร่ ซ้ำเติมเกษตรกร 4 พันราย สะเทือนผลผลิตทุเรียนเกรดพรีเมียม

วันที่ 9 ต.ค.2569 ผลกระทบเชิงลึกจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.จันทบุรี
แม้ระดับน้ำในหลายจุดจะเริ่มถอนร่นกลับสู่ภาวะปกติ แต่ได้ทิ้งร่องรอยบาดแผลทางเศรษฐกิจมหาศาลไว้กับเกษตรกรชาวสวนผลไม้

โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด จากการลงพื้นที่สำรวจของสำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี นำโดย น.ส.จารุวรรณ ทองใบ เกษตรจันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดเก็บข้อมูลความเสียหายเบื้องต้น พบมีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนแล้วมากกว่า 4,000 ราย พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายรวมกว่า 20,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 9 อำเภอ

จากการเอ็กซเรย์พื้นที่ 9 อำเภอ พบว่า พื้นที่อำเภอแก่งหางแมว เผชิญความเสียหายรุนแรงที่สุด เนื่องจากถูกมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมขังยาวนานถึง 6–8 วัน โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.สามพี่น้องสวนทุเรียนจมใต้น้ำสูงกว่า 4–5 เมตร ส่งผลให้ระบบรากเน่าขาดอากาศและทยอยยืนต้นตายเฉียบพลัน เช่นเดียวกับ ต.ขุนซ่อง (หมู่ 14 บ้านวังแจง), ต.แก่งหางแมว และ ต.พวา ที่สวนยางพาราและสวนทุเรียนรับศึกหนักจากน้ำป่าเชี่ยวกราก

ขณะที่ อ.ท่าใหม่ พื้นที่เศรษฐกิจสวนทุเรียนและสวนสละ พบว่าใน ต.เขาแก้ว สวนผลไม้ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร นานกว่า 5 วัน, ต.ท่าใหม่ สวนทุเรียนอายุประมาณ 5 ปี ที่กำลังจะเปิดตัดจำหน่ายในปีหน้าได้รับความเสียหายยับเยิน รวมถึง ต.โขมง, ต.ทุ่งเบญจา และ ต.สีมุม ส่วนใน อ.นายายอาม ,อ.เขาคิชฌกูฏ , อ.มะขาม ตลอดจน อ.เมืองจันทบุรี, อ.ขลุง, อ.โป่งน้ำร้อน และ อ.สอยดาว ต่างได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นลำน้ำสาขาท่วมขังสวนผลไม้และเครื่องจักรกลการเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรวิเคราะห์ผลกระทบเชิงลึกต่อสวนทุเรียนว่า การที่ต้นทุเรียนต้องจมน้ำท่วมขังสูง 2–5 เมตร ยาวนานหลายวัน ทำให้เกิดภาวะรากขาดอากาศ ใบเริ่มเหี่ยวแห้งเป็นสีน้ำตาลและยืนต้นตายในที่สุด ซึ่งต้นทุเรียนที่ไม่ตายจะต้องใช้เวลาตัดแต่งช่อดอก ฟื้นฟูระบบราก และพักต้นนานถึง 1–2 ปี ส่วนต้นที่ยืนต้นตายสิ้นเชิง หากเริ่มปลูกใหม่ต้องใช้เวลานานถึง 5–6 ปี กว่าจะเริ่มให้ผลผลิตได้อีกครั้ง ความเสียหายระลอกนี้จึงอาจส่งผลสะเทือนต่อปริมาณผลผลิตทุเรียนเกรดพรีเมียมของจันทบุรีที่จะส่งออกไปยังตลาดประเทศจีนในฤดูกาลหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้านความคืบหน้าการช่วยเหลือ เกษตรจังหวัดจันทบุรี ชี้แจงหลักเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ว่า กรณีทุเรียนตายสิ้นเชิง ช่วยเหลือไร่ละ 6,800 บาท กรณีทุเรียนชะงักการเจริญเติบโต ช่วยเหลือไร่ละ 3,400 บาท กรณีโคลน/ซากวัสดุทับถมหน้าดิน มีค่าขุดลอกขนย้ายไร่ละ 16,000 บาท

ทั้งนี้ เน้นย้ำว่าเกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไว้ “ก่อนเกิดภัย” และต้องยื่นแบบ กษ 01 ให้ผู้นำท้องถิ่นและคณะอนุกรรมการระดับหมู่บ้านลงพื้นที่ตรวจสอบรับรองจริง ก่อนนำรายชื่อไปติดประกาศคัดค้าน ณ ศาลากลางหมู่บ้าน หรือที่ทำการ อบต. เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อเสนอ คชภจ. อนุมัติเบิกจ่ายเงินตรงผ่าน ธ.ก.ส. เข้าบัญชีเกษตรกรโดยเร็วที่สุด

พร้อมทั้งประสานสถานีพัฒนาที่ดินเร่งแจกจ่ายปูนโดโลไมต์ปรับสภาพดินกรดแฉะ และประสานสถาบันการเงินพิจารณาพักชำระหนี้ประคองชีวิตชาวสวนจันทบุรีต่อไป

สวนทุเรียน

เปิดตัวเลขความเสียหาย พิษน้ำท่วมเมืองจันท์ สวนทุเรียน จมอ่วม 9 อำเภอ 20,000 ไร่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน