ชาวบ้านอำเภออุทัย พระนครศรีอยุธยา ทุกข์ซ้ำน้ำในคลองข้าวเม่าเปลี่ยนเป็นสีดำ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงนานกว่าสัปดาห์ ปลาลอยตายได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขัง เวียนหัว กินข้าวไม่ลง

วันที่ 9 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณคลองข้าวเม่า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา หลังชาวบ้านนำภาพปลาลอยตายเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าน้ำในคลองมีสีดำตลอดแนวที่สำรวจ และส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงจนรู้สึกเวียนหัว สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยและประกอบอาชีพอยู่ริมคลอง

นางประภาวดี อายุ 63 ปี เจ้าหน้าที่วัดสระแก เปิดเผยว่า น้ำในคลองเริ่มมีสีดำและส่งกลิ่นเหม็นมานานกว่าสัปดาห์แล้ว โดยตนขายอาหารปลา อยู่บริเวณหน้าวัด ต้องทนกับกลิ่นเหม็นแทบทุกวัน บางครั้งเหม็นจนเวียนหัวและกินข้าวไม่ลง ต้องเดินออกไปอยู่บริเวณด้านนอกเพื่อหลบกลิ่นนอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งน้ำจากคลองไหลเข้าบ้านเรือน ทำให้บางครอบครัวต้องลุยน้ำเข้าออกบ้าน และต้องเผชิญกับน้ำที่มีสีดำและกลิ่นเหม็น เพิ่มความกังวลเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย ล่าสุดเจ้าหน้าที่อบต.ธนู นำน้ำ EM มาใส่ในคลองช่วยลดกลิ่นเหม็น แต่ที่เห็นยังช่วยได้เพียงเล็กน้อย กลิ่นเหม็นยังคงรบกวนชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนโดยตรง รวมถึงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการ เกี่ยวกับปัญหาน้ำเน่าเสียในหลายพื้นที่ของจ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะอ.วังน้อย อ.บางปะอิน อ.อุทัย และอ.ภาชี ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำเน่าเสียในคลองหลายแห่ง สาเหตุสำคัญประการหนึ่งเกิดจากพื้นที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำชลประทาน ปกติน้ำจะระบายออกสู่แม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยาได้ แต่ขณะนี้น้ำในแม่น้ำสูงกว่าน้ำภายในคันกั้นน้ำ ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำได้เพราะเกรงว่าน้ำจากแม่น้ำจะไหลย้อนกลับเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

” เมื่อไม่สามารถระบายน้ำออกได้ น้ำจึงหยุดนิ่งและเกิดการหมักหมมเป็นเวลานาน ประกอบกับมีวัชพืชและเศษพืชจากพื้นที่ไร่นาที่ถูกน้ำท่วม ส่งผลให้น้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก มีความกังวลเรื่องยุงและสุขอนามัยในพื้นที่ ได้ประสานจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ระดมความช่วยเหลือจากเทศบาลและอบต. นำสาร EM และจุลินทรีย์ไปช่วยบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียตามคลองต่าง ๆ รวมถึงแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปใช้บริเวณบ้านเรือนที่มีน้ำท่วมขัง

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้ประสาน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอสนับสนุน EM จากหน่วยงานในสังกัด ทั้งชนิดน้ำและแบบลูกบอล พร้อมประสานสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและกรมทรัพยากรน้ำ ให้เร่งรวบรวม EM ที่มีอยู่เข้าช่วยเหลือ เนื่องจากต้องใช้ในปริมาณมาก รวมทั้งประสานกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม นำไปติดตั้งบริเวณประตูระบายน้ำสำคัญ เช่น ประตูบ้านโพธิ์ ประตูบริเวณปากคลอง และประตูหันตรา สูบน้ำจากพื้นที่ภายในคันกั้นน้ำออกสู่แม่น้ำ ช่วยให้น้ำเกิดการหมุนเวียนและลดระดับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่

สำหรับการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จะต้องประสานกรมชลประทานลงพื้นที่สำรวจสภาพหน้างานบริเวณประตูระบายน้ำแต่ละแห่ง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของจุดติดตั้งและขนาดเครื่องสูบน้ำให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และระดับน้ำ โดยจะเร่งดำเนินการควบคู่กันทั้ง EM และเครื่องสูบน้ำ ช่วยลดกลิ่นเหม็นและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั้ง 4 อำเภอโดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน