ห้ามกันวุ่น ใหญ่ V10 บุกอู่ ช่างกิจ ปะทะคารมเดือดปมรถคลาสสิก หวิดวางมวยต่อหน้าตร. โร่แจ้งความ

วันที่ 9 ต.ค.69 จากกรณีหนุ่มลูกครึ่งร้องขอความช่วยเหลือ “ใหญ่ V10” หลังนำรถยนต์อเมริกันคลาสสิกเข้าซ่อมกับอินฟลูเอนเซอร์สายรถยนต์ชื่อดัง จ่ายค่าซ่อมไปแล้ว 280,000 บาท จากยอดกว่า 500,000 บาท แต่เวลาผ่านไปนานกว่าปี งานซ่อมยังไม่แล้วเสร็จ เจ้าของรถยังติดใจหลายประเด็น

ล่าสุดใหญ่ V10 พร้อมทีมงานและทนายบอม ลงพื้นที่อู่ซ่อมรถของนายกฤษณะ สอทรัพย์ไพศาล หรือ “ช่างกิจ” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามรถกลับคืน ก่อนเกิดเหตุปะทะคารมจนใหญ่ V10 ถูกผลัก 1 ครั้ง หวิดบานปลายเป็นเหตุปะทะเดือดตำรวจต้องเข้าห้าม

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศระหว่างลงพื้นที่ ทีมงานใหญ่ V10 นำใบมอบอำนาจเข้าติดต่อขอตรวจสอบสภาพรถและรับรถแทนเจ้าของ แต่ทางอู่ไม่อนุญาตให้คณะทำงานเข้าไปภายในทั้งหมด ก่อนที่ทนายบอมจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบด้านใน และพบประเด็นเกี่ยวกับเครื่องยนต์เดิมของรถที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากคลองรังสิตมาดูแลความเรียบร้อยป้องกันเหตุบานปลาย

ประเด็นสำคัญคือ เครื่องยนต์เดิมของรถหายไปไหน โดยข้อมูลจากการตรวจสอบเบื้องต้นระบุว่าไม่พบเครื่องยนต์เดิมอยู่ภายในอู่ ขณะที่ช่างกิจอ้างว่าเจ้าของรถอนุญาตให้ขายเครื่องยนต์ดังกล่าวในราคา 6,000 บาท เพื่อนำเงินไปเลี้ยงเบียร์ลูกน้อง อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเรื่องการอนุญาตขายเครื่องยนต์ยังต้องตรวจสอบจากหลักฐานและคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง

ด้านช่างกิจชี้แจงว่า ต้องการให้เจ้าของรถเดินทางมารับรถด้วยตัวเอง เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าของรถกล่าวถึงเรื่องรถหาย ทั้งที่รถยังอยู่ภายในอู่ จึงไม่ต้องการให้บุคคลอื่นมารับรถแทน แม้จะมีใบมอบอำนาจก็ตาม โดยให้เหตุผลว่าเกรงว่าจะเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง

ส่วนประเด็นเครื่องยนต์ ช่างกิจระบุว่าได้เตรียมเงินจำนวน 140,000 บาทไว้คืนให้ลูกค้า พร้อมกล่าวถึงข้อตกลงเกี่ยวกับค่าเครื่องยนต์ โดยอ้างว่าเมื่อคืนเงินแล้ว เครื่องยนต์ดังกล่าวถือเป็นของตน ทั้งนี้ ยังต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเครื่องยนต์ที่กล่าวถึงเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกับเครื่องยนต์เดิมของรถหรือไม่ รวมถึงรายละเอียดข้อตกลงระหว่างคู่กรณี

ช่างกิจยังชี้แจงถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ โดยระบุว่าได้ดำเนินการทำสี ซ่อมตัวถัง วางเครื่องยนต์ จ้างรถสไลด์ขนย้าย และมีค่าแรงลูกน้อง จึงไม่สามารถคืนเงินให้เต็มจำนวนตามที่มีการเรียกร้องได้ทั้งหมด พร้อมอ้างว่าได้แจ้งให้เจ้าของรถมารับรถตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2569 และคิดค่าจอดรถวันละ 300 บาท

ระหว่างลงพื้นที่ ช่างกิจได้พาสื่อมวลชนเข้าไปดูสภาพรถภายในอู่ พร้อมชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับงานซ่อมและข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้น แต่ภายหลังเกิดการปะทะคารมระหว่างช่างกิจกับใหญ่ V10 ก่อนมีจังหวะที่ช่างกิจผลักใหญ่ V10 จำนวน 1 ครั้ง ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นและสถานการณ์เกือบบานปลายเป็นเหตุปะทะเดือด ท่ามกลางทีมงานและสื่อมวลชนที่อยู่ในเหตุการณ์

ขณะที่ใหญ่ V10 ระบุว่า ขั้นตอนต่อไปจะนำหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน LINE มาตรวจสอบว่าเจ้าของรถอนุญาตให้ขายเครื่องยนต์เดิมจริงหรือไม่ หากพบว่าไม่มีการยินยอมตามที่กล่าวอ้าง จะมอบหมายให้ทนายบอมเข้าแจ้งความและดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับกรณีเครื่องยนต์สูญหายต่อไป

กรณีนี้มีหลายประเด็นที่ต้องหาข้อสรุป ทั้งความคืบหน้าการซ่อมรถหลังจ่ายเงินไปแล้ว 280,000 บาท การคำนวณค่าใช้จ่ายและเงินที่ต้องคืน ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเครื่องยนต์เดิมที่ไม่พบภายในอู่ ตลอดจนเหตุการณ์ปะทะคารมระหว่างลงพื้นที่ ซึ่งต้องตรวจสอบรายละเอียดจากหลักฐานและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ใหญ่ v10 กล่าวอีกว่า เหรียญจำนวน140,000บาท ให้ทางช่างกิจเก็บไว้ใช้บนชั้นศาล


ต่อมา“ใหญ่ V10” ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย กรณีถูกผลักระหว่างลงพื้นที่ติดตามรถยนต์อเมริกันคลาสสิกที่นำเข้าซ่อมกับช่างกิจ โดยรายละเอียดของเหตุการณ์และการดำเนินการทางกฎหมายต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน