สมุทรสาคร ผู้ว่าฯ ลุยบัญชาการ น้ำท่วมขัง ถนนพระราม 2 จี้ทุกหน่วยเร่งระบายน้ำ สั่งตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม บรรเทาเดือดร้อนผู้ใช้รถใช้ถนน เฝ้าระวัง24ชม. รับมือน้ำทะเลหนุนสูง 13-14 ต.ค. นี้

12 ต.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังบนถนนพระราม 2 ยังคงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จังหวัดสมุทรสาครต้องเร่งแก้ไข หลังได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นท่วมผิวจราจรบริเวณหน้าวัดเกตุมดีศรีวราราม ต.บางโทรัด อ.เมืองสมุทรสาคร ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร

โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องทุกวันในช่วงเวลาที่มีน้ำทะเลหนุนสูงตลอด 4 – 5 วันที่ผ่านมา แม้ก่อนหน้านี้จะมีการระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแก้ไขแล้ว แต่ผลการปฏิบัติงานยังเห็นผลเพียงประมาณ 20 – 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้ต้องเร่งปรับมาตรการและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้มากยิ่งขึ้น

นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้นำคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมถนนพระราม 2 อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าและประเมินผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการก่อนหน้านี้

พร้อมเร่งรัดทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ยกระดับการทำงานอย่างเข้มข้น ไม่ปล่อยให้ปัญหาน้ำท่วมขังสะสมสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเน้นการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมปรับแผนปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสภาพน้ำในแต่ละวัน

สำหรับแนวทางเร่งแก้ไขปัญหา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้กำชับให้เร่งขุดลอกคลองเกตุมฯ ซึ่งมีบางช่วงลักษณะเป็นคอขวดขัดขวางการไหลของน้ำ พร้อมเปิดทางระบายน้ำจากผิวจราจรลงสู่คลอง กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตลอดจนเพิ่มอุปกรณ์และเครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากถนนให้ได้มากที่สุด ลดการสะสมของน้ำบนผิวจราจรที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

ทั้งนี้ ก็ได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบลบางโทรัดเร่งเปิดทางน้ำและกำจัดวัชพืชที่กีดขวางการไหลของน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากถนนพระราม 2 ลงสู่คลอง ขณะที่แขวงทางหลวงสมุทรสาครให้จัดหารถแบคโฮเข้าดำเนินการกำจัดวัชพืชบริเวณร่องน้ำกลางถนนพระราม 2

เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลไปยังคลองเกตุมดีศรีวรารามได้สะดวกยิ่งขึ้น และไหลลงสู่ประตูระบายน้ำวัดเกตุมดีศรีวรารามได้สะดวก พร้อมเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณแพรกวัดบางพลี ซึ่งเป็นอีกจุดที่ต้องติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้โครงการชลประทานสมุทรสาครเร่งพร่องน้ำในคลอง เตรียมพื้นที่รองรับน้ำที่จะระบายออกจากถนน โดยให้บริหารจัดการประตูระบายน้ำตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเลอย่างเหมาะสม ในช่วงน้ำทะเลลดให้เปิดบานประตูระบายน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

ส่วนช่วงน้ำทะเลหนุนสูงให้ใช้เครื่องสูบน้ำช่วยผลักดันน้ำออก เพื่อลดข้อจำกัดในการระบายตามสภาพธรรมชาติ และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการน้ำโดยรวม

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้แขวงทางหลวงสมุทรสาครพิจารณาติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมบริเวณคลองกลาง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและดูแลเครื่องสูบน้ำทุกจุดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการป้องกันขยะเข้าไปอุดตันหรือพันติดอุปกรณ์ ซึ่งอาจทำให้เครื่องสูบน้ำทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางโทรัด ต้องติดตามและรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังบนถนนพระราม 2 ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบข้อมูลทันต่อเหตุการณ์ ประเมินผลกระทบต่อการจราจร และประสานการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

นายอำนาจ ยังได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าปฏิบัติตามข้อสั่งการอย่างจริงจัง โดยจะมีการติดตามสถานการณ์และผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปรับมาตรการตามสภาพน้ำทะเลและปริมาณน้ำในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ลดผลกระทบต่อการจราจร และสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้เส้นทางพระราม 2

โดยเป้าหมายสำคัญคือการเร่งระบายน้ำออกจากผิวจราจรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้การสัญจรผ่านพื้นที่เสี่ยงกลับสู่ภาวะที่คล่องตัวและมีความปลอดภัยที่สุด

สำหรับการคาดการณ์สภาพน้ำทะเลหนุนสูงในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 07.12 น. จะมีระดับน้ำทะเลสูงสุดที่ 3.52 เมตร จากระดับน้ำทะเลปกติ ส่วนวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. ระดับน้ำทะเลสูงสุดที่ 3.55 เมตร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน