พระก็ไม่เว้น พระที่อ.กุดจับ แฉพฤติกรรรม “เฟิร์ส” อ้างเป็นเสี่ยสวนยาง จะทำบุญหล่อท้าวเวสสุวรรณ ขอยืมเงินค่าน้ำมัน 8,000 บาทก่อนเชิดหาย โดนกันเพียบหนักสุดเป็นแสน แต่ร้อยเดียวก็เอา

กรณีชายที่ถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างเป็นจิตอาสา หลอกให้อาจารย์เบียร์และขวัญ อุษามณี โอนเงินบริจาคสำหรับจัดทำโรงทานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยทั้งสองได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้มีสื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 12 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบพระอธิการศิวกร ปภสฺสโร เจ้าอาวาสวัดศรีสว่างอารมณ์ หรือวัดบ้านจุ้ม ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี หลังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อบัญชี “ศิวกร ดวงมณี” ระบุว่า “ให้กรรมตามทันเร็วไว้ เคยมาแอบอ้างทางวัด และคนที่รู้จักกับพระก็ไม่รู้โดนไป คนละเท่าไหร่ เพราะเราก็ไม่รู้” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พระอธิการศิวกร เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี65 ชายที่รู้จักกันในชื่อ “ไอ้อ้วน” ทักข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กของวัด โดยอ้างว่าเป็นชาว จ.ชุมพร มีสวนยางพารา และมีญาติอยู่ในพื้นที่ อ.กุดจับ เมื่อทราบว่าทางวัดมีโครงการจัดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณ จึงเสนอตัวช่วยหล่อองค์ท้าวเวสสุวรรณให้ฟรีจำนวน 2 องค์ พร้อมส่งภาพถ่ายโรงงาน และภาพขั้นตอนการหล่อมาให้ดูเป็นระยะ ทำให้ทางวัดหลงเชื่อ

ต่อมาเมื่อใกล้ถึงกำหนดส่งมอบ ชายคนดังกล่าวอ้างว่า กำลังนำองค์ท้าวเวสสุวรรณขึ้นรถบรรทุกมาส่ง แต่เงินค่าน้ำมันไม่เพียงพอ ขอให้ทางวัดโอนเงินช่วยเหลือก่อน 5,000 บาท หลังโอนเงินแล้วกลับอ้างอีกว่าเดินทางถึง จ.นครราชสีมา แต่น้ำมันหมดระหว่างทาง ขอเงินเพิ่มอีก 5,000 บาท แต่ทางวัดมีเงินเหลือเพียง 3,000 บาท จึงโอนให้ รวมเป็นเงิน 8,000 บาท

หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวกลับขาดการติดต่อ ไม่สามารถติดต่อได้อีก ทางวัดจึงตรวจสอบภาพโรงงานที่ถูกนำมาใช้ประกอบเรื่องราว ก่อนพบว่า เป็นภาพจากโรงงานจริง ที่ถูกนำมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือ ส่วนองค์ท้าวเวสสุวรรณที่อ้างว่าจะนำมาส่งนั้น ก็ไม่เคยปรากฏว่ามีการจัดสร้างตามที่กล่าวอ้าง

พระอธิการศิวกรกล่าวต่อว่า พฤติการณ์ไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ต่อมาเมื่อวัดจัดพิธีบวงสรวงองค์ท้าวเวสสุวรรณที่ทางวัดจัดสร้างขึ้นเอง ชายคนดังกล่าวกลับมาปรากฏตัวที่วัด ทำทีสนิทสนมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนเสนอตัวจัดทำเสื้อวัตถุมงคลจำนวน 200 ตัว โดยให้ทางวัดร่วมออกเงินครึ่งหนึ่ง จำนวน 15,000 บาท พร้อมอ้างว่าจะนำพราหมณ์ และดารานักแสดงระดับวีไอพีมาร่วมงาน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม ภายหลังพบว่าชายคนดังกล่าวนำชื่อวัด และชื่อพระอาจารย์ไปแอบอ้าง ติดต่อกับลูกศิษย์ คนสนิท นักการเมืองท้องถิ่น และผู้มีจิตศรัทธา เพื่อขอรับเงินค่าบายศรี และเครื่องประกอบพิธีบวงสรวง รายละประมาณ 1,000-5,000 บาท บางรายโอนเงินให้แล้วแต่กลับถูกทวงเงินส่วนที่เหลือ จนเกิดข้อสงสัยและโทรศัพท์มาสอบถามพระอาจารย์ กระทั่งเรื่องถูกเปิดเผย

นอกจากนี้ พราหมณ์และดารานักแสดงที่เข้าร่วมงานบางราย ก็ถูกกล่าวอ้างว่าได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมดังกล่าวเช่นกัน โดยชายคนนี้ยังเข้ามาเรียกเก็บเงินค่าพิธีจากทางวัดอีกกว่า 25,000 บาท แต่ทางวัดไม่ได้จ่ายให้ เนื่องจากเกิดความสงสัยและทราบถึงพฤติการณ์ก่อนหน้านั้นแล้ว

พระอธิการศิวกร กล่าวว่า สาเหตุที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราว เนื่องจากเห็นข่าวเกี่ยวกับชายคนดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์ จึงจำได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่เคยเข้ามาติดต่อ และสร้างความเสียหายให้กับทางวัด และผู้มีจิตศรัทธาในพื้นที่ ส่วนการดำเนินคดีหรือการติดตามเงินคืน ทางวัดมองว่าเป็นเรื่องที่ดำเนินการได้ยาก จึงขออโหสิกรรม และปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกรรม

พร้อมฝากเตือนวัดวาอารามและประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนโอนเงินหรือร่วมบริจาค โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้แอบอ้างชื่อวัด พระสงฆ์ หรือบุคคลมีชื่อเสียง

ด้านนายธนสิษฐ์ หรือโจ ชาวบ้านใน อ.กุดจับ ให้ข้อมูลว่า ชายคนดังกล่าวเคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากมีแม่อยู่ในอำเภอ และมักอ้างว่าจะจัดทำโรงทาน หรือบริจาคเงินช่วยเหลือกิจกรรมการกุศล เช่น การบริจาคโลงศพและทำบุญตามวัดต่าง ๆ จากข้อมูลที่ได้รับจากนักการเมืองท้องถิ่นบางราย พบว่า ชายคนนี้มักติดต่อขอเงิน เมื่อทราบว่าจะมีการจัดงานบุญ หรือทำโรงทานในพื้นที่ โดยมีผู้ได้รับผลกระทบหลายราย ตั้งแต่เงินหลักร้อยไปจนถึงหลักแสนบาท และอ้างว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นใน อ.กุดจับจำนวนมาก ที่เคยถูกติดต่อขอเงินในลักษณะดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน