ฉะเชิงเทรา น้ำท่วม บางน้ำเปรี้ยว ยังวิกฤต วัดบัวลิ้ม ถูก 3 แม่น้ำล้อมรอบแถมน้ำลึก 2 เมตร สภาพคล้ายเกาะกลางน้ำ นาน 10 วัน พระสงฆ์3รูป ขาดแคลนน้ำดื่ม อาหาร วัวเลี้ยง3ตัวไม่มีหญ้ากิน
12 ต.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจาก นายเจต บุญธรรม ลูกศิษย์พระใบฎีกามณเฑียร เจ้าอาวาสวัดบางน้ำเปรี้ยว ว่าจะนำข้าวสาร อาหารแห้ง และวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร เดินทางไปมอบให้กับวัดบัวลิ้ม หมู่ 2 ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา
ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วม หลังพื้นที่โดยรอบถูกน้ำล้อมจนมีสภาพคล้ายเกาะกลางน้ำ รถยนต์ไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้ ต้องใช้เรือเป็นพาหนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

สำหรับวัดบัวลิ้ม ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีเส้นทางน้ำ จากจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก ไหลมาบรรจบ ก่อนลงสู่แม่น้ำบางปะกง ทำให้ปริมาณน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว และยังคงมีน้ำท่วมขังต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ระหว่างเดินทางเข้าพื้นที่ ผู้สื่อข่าวพบว่า บริเวณท้องนาของชาวบ้านกว่า 100 ไร่ ถูกน้ำท่วมจนมองเห็นผืนน้ำกว้างสุดสายตา โดยมีการนำกระสอบทรายมาวางกั้น เพื่อจำกัดพื้นที่น้ำท่วมให้อยู่ภายในฝั่งหมู่ 2 ตำบลโยธะกา ไม่ให้ไหลข้ามไปยังพื้นที่อีกฝั่งหนึ่ง
จากการวัดระดับน้ำในท้องนาพบว่ามีความสูงประมาณ 1.60 เมตร โดยคณะเดินทางไปทางเรือผ่านท้องนาที่ถูกน้ำท่วม ก่อนลัดเลาะไปตามสวนและบ้านเรือนประชาชน ใช้เวลากว่า 40 นาทีจึงจะเดินทางถึงวัดบัวลิ้ม โดยตลอดสองข้างทางพบว่าบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่ บางหลังมีระดับน้ำสูงเกือบถึงหลังคาบ้าน สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่
เมื่อไปถึงวัด ผู้สื่อข่าวพบเจ้าหน้าที่ของหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นำข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารมามอบให้กับทางวัด
โดยมีนายคีริน ฉ่ำสมบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว เป็นผู้นำคณะเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ พร้อมนำเสื้อชูชีพมามอบให้พระสงฆ์ภายในวัด เนื่องจากบริเวณด้านหลังวัดยังมีระดับน้ำลึกกว่า 2 เมตร เพื่อป้องกันอันตรายหากพระสงฆ์จำเป็นต้องลงไปในพื้นที่น้ำท่วมในบริเวณนั้น
นายจิรพัฒน์ ธุรพันธุ์ อายุ 55 ปี อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ เปิดเผยว่า การเดินทางเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่วัดบัวลิ้มครั้งนี้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากระดับน้ำลดลงเพียงเล็กน้อยตามข้อมูลจากผู้นำทาง ทำให้รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเท่านั้น
สำหรับสิ่งของที่นำมามอบให้กับทางวัด ประกอบด้วย ข้าวสาร อาหาร ขนม หมูย่าง น้ำดื่ม และปลาหมึก ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใจบุญร่วมบริจาค เพื่อนำมาช่วยเหลือพระสงฆ์และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่
ด้านพระครูสมุชัยรัต ชินวโร เจ้าอาวาสวัดบัวลิ้ม เปิดเผยว่า วัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมานานกว่า 10 วันแล้ว เนื่องจากพื้นที่วัดมีลักษณะคล้ายเกาะและมีแม่น้ำล้อมรอบ ประกอบกับเป็นพื้นที่ทางผ่านของมวลน้ำจากจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกงในจังหวัดฉะเชิงเทรา
ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อเข้าท่วมพื้นที่วัดอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำที่ท่วมสูงเกือบครึ่งตัวส่งผลกระทบต่อศาลา กุฏิชั้นล่าง และถนนทางเข้าออกวัด ส่วนทางด้านหลังวัดติดแม่น้ำบางปะกงจะมีความลึกมาก จนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ แม้กระแสน้ำจะไม่ได้ไหลเชี่ยวรุนแรง แต่ระดับน้ำที่ยังคงสูงทำให้พระสงฆ์เดินทางออกไปภายนอกได้อย่างยากลำบาก
ปัจจุบันวัดมี พระสงฆ์จำพรรษาอยู่ 3 รูป ยังคงประกอบกิจวัตรประจำวัน และจัดหาอาหารฉันกันเองเป็นหลัก โดยมีญาติโยมเดินทางนำอาหารมาถวายเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค
เนื่องจากแหล่งน้ำที่ใช้อยู่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้ว แต่ลดลงเพียงประมาณ 10 เซนติเมตร ทำให้พื้นที่วัดยังคงถูกน้ำท่วมขังและต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและนอกจากความเดือดร้อนเรื่องอาหารและน้ำสะอาดแล้ว วัดยังประสบปัญหาขาดแคลนหญ้าแห้งสำหรับเลี้ยงวัวจำนวน 3 ตัวที่ทางวัดเลี้ยงไว้
โดยเมื่อเกิดน้ำท่วม พื้นที่สูงเพียงแห่งเดียวภายในวัดคือบริเวณรอบพระอุโบสถ ทางวัดจึงต้องต้อนวัวทั้ง 3 ตัวขึ้นไปอยู่ด้านบนเพื่อหนีน้ำ แต่เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อมานานหลายวัน ทำให้ไม่มีหญ้าแห้งเพียงพอสำหรับเลี้ยงวัว
ทางวัดจึงต้องขอความช่วยเหลือจากญาติโยมที่เดินทางนำอาหารมาถวายพระ ให้ช่วยตัดหญ้าแห้งติดมือเข้ามาด้วย เพื่อใช้เลี้ยงวัวทั้ง 3 ตัวให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในช่วงที่น้ำยังไม่ลดลง
