ชายกลายเป็นศพ บนบ้านหญิงคนสนิท มือถูกพันธนาการ ตื่นมาเจอสุดช็อก พร้อมจดหมายอีก 1 แผ่น พี่สาวติดใจ ก่อนหน้านี้ไม่มีสัญญาณความเครียด
วันที่ 13 ต.ค.69 ร.ต.อ.นภัทร ดวงสถิต รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านในหูต จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตายที่บ้าน ในพื้นที่ ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.จเร ชูแก้ว สารวัตรใหญ่ สภ.บ้านในหูต, พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ สายัณห์ สวป., ตำรวจชุดสืบสวน ,แพทย์เวรโรงพยาบาลหลังสวน, เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร และเจ้าหน้าที่ชุดกู้ชีพกู้ภัย สมาคมพุทธประทีปหลังสวน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนยกพื้นสูง บริเวณระเบียงทางขึ้นบ้านพบร่างศพ นายกิจ (ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 51 ปี ผูกคอกับโครงหลังคา โดยข้อมือทั้ง 2 ข้างถูกพันธนาการไว้ด้วยผ้าขาวม้าแขนห้อยมาข้างหน้า บนโต๊ะไม้ใกล้กับเท้าของผู้เสียชีวิต พบกระดาษ 1 แผ่น มีข้อความเขียนด้วยลายมือ พูดถึงยายแมว และตัดพ้อถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิต เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถาม นางจิน (ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 61 ปี เจ้าของบ้านผู้พบศพเป็นคนแรก ให้การว่า ผู้เสียชีวิตมีภรรยาและลูกเล็กวัย 4-5 ขวบ อาศัยอยู่ที่ อ.พะโต๊ะ โดยผู้เสียชีวิตทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกน้ำบนถนนสายระนอง และพักอยู่ที่แคมป์คนงานใน อ.พะโต๊ะ ซึ่งผู้เสียชีวิตมีความชอบพอกับตน และมักจะขับรถเก๋งแวะเวียนมาหาประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อทักทายและรับประทานอาหารร่วมกันก่อนกลับไปทำงาน โดยเป็นเพียงความชอบส่วนตัว ไม่ได้อยู่กินฉันสามีภรรยาแต่อย่างใด
คืนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 01.00 น. ผู้เสียชีวิต ได้ขับรถมาหาตนที่บ้าน แต่ตนกินยาแล้วหลับลึกจึงไม่รู้สึกตัว กระทั่งช่วงเช้าเปิดประตูบ้านออกมาก็พบผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพดังกล่าวแล้ว ส่วนสาเหตุความเครียดหรือปัญหาเรื่องงานกับเพื่อนร่วมงาน ตนไม่ทราบแน่ชัดเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา
ขณะที่ พ.ต.ท.จเร เปิดเผยว่า จากการตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้นทรัพย์สิน ส่วนกรณีผ้าขาวม้าที่ข้อมือ พบว่าถูกผูกที่ข้อมือซ้ายอย่างแน่นหนาก่อน แล้วนำมาผูกเข้ากับข้อมือขวาแบบหลวมๆ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง และได้ให้ญาติเข้าร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอนพิสูจน์หลักฐานเพื่อความโปร่งใส ก่อนส่งร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลหลังสวน
ด้าน นางนฤพร อายุ 64 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ครอบครัวยังคงติดใจสาเหตุการตาย และไม่เชื่อว่าน้องชายจะผูกคอตายเอง เนื่องจาก 3-4 วันก่อนเกิดเหตุยังพูดคุยกันตามปกติ น้องชายไม่มีอาการเครียด ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร และก่อนหน้านี้ญาติรวมถึงแม่เคยเตือนน้องชายเรื่องความสัมพันธ์กับยายแมว ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่นี้เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย
ขณะที่ “พี่อุ๊” อายุ 51 ปี ญาติสนิทของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายกับยายแมวคบหากันแบบไม่เปิดเผยมาประมาณ 4-5 ปี โดยต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวอยู่แล้ว ตอนแรกที่ทราบข่าวตนไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย สงสัยว่าอาจถูกวางยาหรือกระทำอย่างอื่นจนไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่เมื่อได้เห็นจดหมายก็เชื่อว่าเป็นลายมือของผู้ตายจริง อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานที่ชัดเจน หากผลออกมาว่าเป็นการจบชีวิตด้วยตนเอง ครอบครัวก็พร้อมยอมรับความจริงและไม่ติดใจเอาความกับใคร เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย