ชาวบ้านปทุมธานี ถือป้ายให้กำลังใจ นายก อบต.คลองสาม หลังมีกระแสข่าวทีมพรรคส้มเตรียมเข้ามาคุยกับ อบต. ปมชาวบ้านได้รับเงินเยียวยาน้ำท่วมล่าช้า
14 ต.ค. 69 – จากกรณีชายคนหนึ่งโพสต์ลงในกลุ่มเฟซบุ๊กพื้นที่ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่าใครที่มีปัญหาเรื่องเงินเยียวยาน้ำท่วมล่าช้า พร้อมอ้างว่าได้ประสานงานกับทีมพรรคประชาชนไว้ โดยจะขอความช่วยเหลือให้เข้าไปคุยกับนายก อบต.คลองสาม
ต่อมาทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของ นายก อบต.คลองสาม ได้มีการลงข้อความต่อว่า “พรุ่งนี้ 10 โมงพรรคหนึ่งจะนำม็อบมาที่ อบต. เชิญครับ” ทำให้ประชาชนต่างสงสัยว่าสรุปแล้วจะเป็นการเข้าไปพูดคุยดีดี หรือนำม็อบมา
ล่าสุดวันนี้ ที่กองสวัสดิการสังคมฯ อบต.คลองสาม มีประชาชนราว 30 คน เดินทางมาปักหลักพร้อมถือป้ายมีใจความว่า เป็นกำลังใจให้นายกอบต. และเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ทำงานไม่มีวันหยุด
ต่อมา ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม พร้อมสมาชิกสภาฯ เดินทางมาที่บริเวณหน้ากองสวัสดิการสังคมฯ พร้อมชี้แจงกรณีที่ตัวแทนพรรคประชาชน เตรียมเข้าพบเพื่อสอบถามความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย หลังมีข้อสงสัยว่าเหตุใดเงินเยียวยาจึงยังไม่ถึงมือประชาชน
ดร.วิระศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ อบต.คลองสาม เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนมาตั้งแต่ช่วงเกิดน้ำท่วม พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาอย่างต่อเนื่อง หลังทราบข่าวว่ามีกลุ่มบุคคลเตรียมเข้ามาสอบถามการทำงานของ อบต. จึงแจ้งให้ประชาชนทราบ ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจ เนื่องจากเห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือ
ส่วนความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยานั้น เจ้าหน้าที่ได้เร่งรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ในอัตรา 5,000–9,000 บาท พร้อมประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุมัติ
โดยข้อมูลชุดแรก ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 12 ต.ค. และประชาชนได้รับเงินในวันที่ 13 ต.ค. ส่วนข้อมูลชุดที่ 2 วันที่ 14 ต.ค. มีจำนวนประมาณ 8,000 ครัวเรือน อยู่ระหว่างส่งต่อให้จังหวัดพิจารณาอนุมัติ หากเป็นไปตามขั้นตอนที่วางไว้ จะเร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับเงินโดยเร็ว
ส่วนกรณีที่มีกลุ่มบุคคลเตรียมเข้าพบนั้น ในฐานะนายก อบต.คลองสาม พร้อมให้เข้ามาพูดคุยและรับทราบข้อเท็จจริงโดยตรง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน โดยเห็นว่าการประสานงานระหว่างพรรคการเมืองกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อน