สมุทรปราการ รวบ แก๊งลักรถจักรยานยนต์ ยึดของกลางเพียบ ส่งขายชายแดน ผงะ เยาวชนวัย16ปี3คน ร่วมขบวนการ รับค่าจ้างคัน 18,000 บาท อ้างหาเงินให้ พ่อแม่ ไม่รู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
14 ต.ค. 69 – ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูล ผู้กำกับการ สภ.เมืองสมุทรปราการ
พ.ต.ท.ยอดรัก กิตติลัภนะรัตน์ รองผู้กำกับการสืบสวน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ร่วมแถลงผลการจับกุมขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 15 คัน และรถกระบะตู้ทึบ 2 คัน ควบคุมตัวผู้ต้องหา ผู้เกี่ยวข้อง 7 ราย จำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุ 16-17 ปี 3 ราย

คดีนี้สืบเนื่องจากมี ผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่า รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำตาล ซึ่งจอดไว้บริเวณอาคารเอื้ออาทรพร้อมมิตร 1 ตึก 18 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ถูกคนร้ายโจรกรรมไป
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี จนพบเบาะแสว่า รถจักรยานยนต์ถูกนำไปซุกซ่อนไว้บริเวณใต้ทางด่วนกาญจนาภิเษก ถนนศรีนครินทร์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์
ต่อมา เจ้าหน้าที่ พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาบริเวณดังกล่าว ก่อนมีเยาวชนอายุ 17 ปี เดินไปยังจุดซุกซ่อนรถและชี้ตำแหน่งให้ขนย้ายรถจักรยานยนต์
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนควบคุมตัวคนขับรถกระบะ และเยาวชนไปสอบสวนที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ
จากการขยายผล เจ้าหน้าที่ติดตามไปยังบ้านเช่าแห่งหนึ่ง พื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งใช้เป็นสถานที่พักและซุกซ่อนรถจักรยานยนต์ พบรถฮอนด้า เวฟ อีกกว่า 14 คัน และรถกระบะตู้ทึบอีก 1 คัน จอดอยู่ภายในบ้าน
ขณะเข้าตรวจค้น กลุ่มผู้ต้องหาบางส่วนพยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามควบคุมตัวไว้ได้ ก่อนนำผู้ต้องหา และของกลางกลับมาดำเนินการที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ
จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขบวนการดังกล่าวมี นายทุนชาวไทยเป็นผู้สั่งการผ่านทางโทรศัพท์ โดยให้สมาชิกตระเวนหาเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ รุ่น 110 และ 125 ซีซี ที่จอดตามหอพักและอาคารเอื้ออาทร เนื่องจากเป็นรถที่มีความต้องการในตลาด
เมื่อพบรถเป้าหมาย ผู้ก่อเหตุ จะลงมือโจรกรรมด้วยการงัดบริเวณคอรถและต่อสายตรง ก่อนขี่รถออกจากจุดเกิดเหตุ แล้วนำไปจอดพักไว้ตามบ้านเพื่อนหรือจุดนัดหมาย
จากนั้นจะมีรถกระบะตู้ทึบมารับไปเก็บไว้ที่บ้านพักใน จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเปลี่ยนเบ้ากุญแจ ก่อนเตรียมลำเลียงต่อไปยังชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยผู้ลงมือโจรกรรมจะได้รับค่าจ้างประมาณคันละ 10,000-20,000 บาท ทั้งนี้ การจ่ายเงิน จะเกิดขึ้นหลังจากรถถูกส่งถึงผู้รับปลายทางแล้ว
ด้าน เยาวชนอายุ 16 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ บอกว่า ตนเลือกโจรกรรมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ รุ่น 110 และ 125 ซีซี เพื่อนำไปขาย โดยได้รับเงินประมาณคันละ 17,000-18,000 บาท ผ่านการติดต่อซื้อขายในไลน์กับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
ซึ่งตนเรียนรู้วิธีโจรกรรมจากคลิปวิดีโอในยูทูบ โดยจะเลือกรถรุ่นปีใหม่ๆ ก่อนงัดบริเวณคอรถและต่อสายตรงเพื่อขับออกไป จากนั้นนำรถไปจอดไว้ที่บ้านเพื่อน แล้วติดต่อให้ผู้รับซื้อส่งรถกระบะตู้ทึบมาขนย้าย โดยตนจะยังไม่ได้รับเงินทันที ต้องรอให้รถไปถึงปลายทางก่อนจึงจะได้รับค่าจ้าง
ตนเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง เงินที่ได้จะนำไปให้ พ่อแม่ ครั้งละ 4,000-5,000 บาท โดยบอกทางบ้านว่า ทำงานทั่วไป และยืนยันว่า พ่อแม่ ไม่ทราบถึงพฤติการณ์ดังกล่าว ปัจจุบันไม่ได้เรียนต่อหลังจากเรียนไม่จบชั้น ม.2 และไม่ได้ประกอบอาชีพอื่น
ขณะที่ นายนันทวัฒน์ สาริกา อายุ 27 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ที่ถูกโจรกรรมจากบริเวณอาคารเอื้ออาทรพร้อมมิตร 1 ตึก 18 เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำรถไปจอดไว้เมื่อเวลาประมาณ 20.45 น. ของคืนที่ผ่านมา ก่อนขึ้นห้องพักและไม่ได้ลงมาอีก กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงวันถัดมา เมื่อลงมาจากห้องเพื่อจะออกไปหาอาหารรับประทาน จึงพบว่ารถจักรยานยนต์หายไป
จากนั้นได้สอบถามนิติบุคคลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งแนะนำให้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ก่อนจะทราบว่ารถของตนเป็นหนึ่งในรถที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้
นายนันทวัฒน์กล่าวว่า รู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้รถกลับคืนมาในวันเดียวกัน เนื่องจากรถคันดังกล่าวเป็นเหมือนรถทำมาหากินและมีความผูกพันกับรถเป็นอย่างมาก
พร้อมฝากเตือนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการจอดรถ ควรล็อกรถให้แน่นหนา ติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง GPS หรือใช้กุญแจล็อกดิสก์เบรกเพิ่มเติม รวมถึงเลือกจอดในพื้นที่ที่จัดไว้และมีระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการถูกโจรกรรม
ด้านไรเดอร์อีกราย ซึ่งเดินทางมาตรวจสอบรถจักรยานยนต์ของกลางที่ถูกยึด เปิดเผยว่า รถจักรยานยนต์ของตนถูกโจรกรรมไปตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา (10ตุลาคม) โดยจอดไว้บริเวณหน้าตึกหอพักแห่งหนึ่งในย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี
กระทั่งทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์และตรวจยึดของกลางได้ จึงเดินทางมาตรวจสอบและพบว่า เป็นรถของตนจริง รู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้รถกลับคืนมา เนื่องจากรถยังอยู่ในสภาพเดิมเกือบทั้งหมดแม้ว่าตะกร้าหน้ารถและอุปกรณ์กันรอยบริเวณด้านหน้าจะสูญหายไป
โดยรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวซื้อมาในราคากว่า 60,000 บาท และยังอยู่ระหว่างผ่อนชำระ ซึ่งเพิ่งจ่ายค่างวดไปได้เพียง 3 งวดเท่านั้น ได้รถกลับคืนมา จึงทำให้รู้สึกโล่งใจอย่างมาก เพราะไม่ต้องแบกรับภาระจากการสูญเสียรถที่ยังผ่อนชำระไม่หมด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่น รวมถึงนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง พร้อมตรวจสอบหมายเลขประจำรถจักรยานยนต์ของกลาง เพื่อประสานเจ้าของรถที่ถูกโจรกรรมให้เข้าตรวจสอบ และรับรถคืนตามขั้นตอนของกฎหมาย
ส่วนผู้ต้องหาและเยาวชนที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
