ฉะเชิงเทรา ชาวศาลาแดง หลายร้อยคน รวมตัวประท้วง หน้าประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่ง เรียกร้อง กรมชลประทาน ยกบานประตูขึ้น เปิดทางระบายน้ำ ออกฝั่งหนองจอก กรุงเทพฯ เผชิญน้ำท่วมขังนาน กระทบ1,800ครัวเรือน นายกอบต.-กำนัน เจรจา เจ้าหน้าที่ ยอมเปิดประตู ตามข้อเรียกร้อง

14 ต.ค. 69 – นายไพศาล ช้างพลายแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาแดง พร้อมด้วย นายชนม์สวัสดิ์ เจริญขำ กำนันตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

นำประชาชนในพื้นที่หลายร้อยคน เดินทางไปรวมตัวกันบริเวณประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่ง หมู่ 13 ตำบลศาลาแดง ซึ่งเป็นแนวเขตติดต่อกับหมู่ 6 ตำบลคลองหลวงแพ่ง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และพื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งการรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังชาวบ้านได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่กรมชล จะยกบานประตูระบายน้ำขึ้นเพียง 30 เซนติเมตร แต่ประชาชนเห็นว่า ยังไม่เพียงพอต่อการระบายน้ำที่สะสมอยู่ในพื้นที่

จึงเรียกร้องให้เพิ่มระดับการเปิดประตูเป็น 50 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำจากฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทราไหลระบายออกไปทางฝั่งหนองจอก กรุงเทพมหานคร ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

ซึ่งตอนแรกที่เจ้าหน้าที่จากกรมชลแจ้งว่าได้รับคำสั่งมาให้ยกแค่ 30 เซนติเมตรเพียงเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจตะโกนโห่ร้องต้องการให้ยกประตูระบายน้ำให้มากขึ้นกว่านี้

โดยชาวบ้านต่างตะโกนเรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่เร่งเปิดประตูระบายน้ำ โดยระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ฝนจะไม่ตก ขณะที่น้ำบางส่วนเริ่มเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายหมู่บ้าน

กระทั่งเวลาประมาณ 13.30 น. หลังจากมีการพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาแดง และกำนันตำบลศาลาแดง เจ้าหน้าที่ได้ยอมเปิดบานประตูระบายน้ำขึ้น 50 เซนติเมตรตามข้อเรียกร้อง ทำให้ชาวบ้านพอใจ ก่อนทยอยแยกย้ายกันกลับไป

ชาวบ้านตำบลศาลาแดง อายุ 66 ปี เปิดเผยว่า น้ำท่วมขังในพื้นที่มานานเป็นเดือนแล้ว และระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน แม้ไม่มีฝนตก ทำให้ชาวบ้านต้องคอยเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดเวลา จนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน

ขณะที่น้ำเริ่มเน่าเสียทั้งบริเวณหน้าบ้านและภายในบ้าน ห้องน้ำไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ อีกทั้งยังมีสัตว์ต่าง ๆ มากับน้ำ สร้างความลำบากในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้พิการอาศัยอยู่

ชาวบ้านตำบลศาลาแดง กล่าวอีกว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเปิดทางระบายน้ำ เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่ท่วมขังและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน หลังต้องทนอยู่กับสภาพน้ำเน่าเสียมาเป็นเวลานาน

ด้านนายไพศาล เปิดเผยว่า พื้นที่ตำบลศาลาแดง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับน้ำที่ผันมาจากกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังมีมวลน้ำจากพื้นที่นครนายก และคลองชลประทานสายต่างๆ ไหลมาสมทบ ส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การระบายน้ำออกสู่แม่น้ำบางปะกงยังทำได้ยาก เนื่องจากปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงสูงกว่าระดับน้ำในคลองประมาณ 1.20 เมตร ประกอบกับภาวะน้ำทะเลหนุน จึงต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางฝั่งกรุงเทพมหานครให้เร่งเปิดทางระบายน้ำผ่านคลองดาด เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่สะสมอยู่ในพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ทั้งนี้ ตำบลศาลาแดงมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ ประมาณ 1,800 ครัวเรือน โดยชาวบ้านยังคงเฝ้ารอให้การระบายน้ำช่วยให้ระดับน้ำลดลง และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน