ญาติร้องขอความเป็นธรรม 2 พี่น้องเสียชีวิตกระบะข้ามเลนพุ่งชน ขณะเดินทางกลับบ้านเกิด ผ่านมา 4 วันคู่กรณีไม่ติดต่อกลับ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม เกรงอิทธิพลในพื้นที่

วันที่ 14 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเอ้ (นามสมมุติ) ญาติของนายณัฐวุฒิ อายุ 41 ปี และ น.ส.นันทิกานต์ อายุ 25 ปี สองเป็นพี่น้องที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน บริเวณจุดกลับรถบ้านเชิด หมู่ 8 ต.กุฏโง้ง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะกำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ จ.สุรินทร์ เพื่อร่วมทำบุญตามประเพณีแซนโฎนตา โดยรถกระบะที่โดยสารมาถูกรถกระบะอีกคันพุ่งข้ามเลนชนเข้าอย่างรุนแรง

นายเอ้เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ญาติของตนขับรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู สีขาว ทะเบียนชลบุรี มุ่งหน้าจากชลบุรี กลับมายังสุรินทร์ แต่เมื่อเดินทางถึงบริเวณจุดกลับรถบ้านเชิด ได้มีรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู สีขาว ทะเบียนชลบุรี ขับข้ามเลนชนเข้ารถของญาติจนได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีผู้เสียชีวิต

ส่วนผู้ขับขี่รถคู่กรณีทราบชื่อภายหลังคือ นายนครินทร์ อายุ 30 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเช่นกัน

ภายหลังเกิดเหตุ ครอบครัวต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ โดยศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายถูกนำกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านป่า บ้านหนองผักบุ้ง ต.แตล อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ก่อนประกอบพิธีฌาปนกิจพร้อมกันในวันนี้ (14 ต.ค.) ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติพี่น้อง ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีกหนึ่งรายยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

นายเอ้กล่าวต่อว่า สิ่งที่ครอบครัวกังวลในขณะนี้คือความคืบหน้าของคดี เนื่องจากนับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีฝ่ายคู่กรณีติดต่อเข้ามาพูดคุยหรือแสดงความรับผิดชอบต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ทำให้ญาติรู้สึกไม่สบายใจและเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

นอกจากนี้ ญาติยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความแตกต่างในการดำเนินการกับรถยนต์ทั้งสองคัน โดยระบุว่ารถของผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับการนำออกมาซ่อมแซม ขณะที่รถของคู่กรณีถูกนำออกจาก สภ.พนัสนิคม แล้ว ทั้งนี้ ญาติยอมรับว่าไม่ทราบรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินคดีทั้งหมด จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงความคืบหน้าและข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจน

นายเอ้ยังระบุด้วยว่า ครอบครัวได้รับความสูญเสียครั้งใหญ่ ทั้งต้องจัดงานศพและคอยติดตามอาการของผู้บาดเจ็บ ขณะเดียวกันยังมีทรัพย์สินและสิ่งของภายในรถที่ต้องตรวจสอบ รวมถึงประเด็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ญาติระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปตรวจสอบ จึงอยากให้มีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่าผู้ขับขี่รถคู่กรณีเป็นบุตรชายของบุคคลที่มีสีในพื้นที่ อ.พนัสนิคม นั้น ญาติระบุว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เกิดความกังวลว่าคดีอาจไม่ได้รับการติดตามอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ท้ายที่สุด นายเอ้ฝากขอความช่วยเหลือจากประชาชนที่ใช้เส้นทางบริเวณจุดกลับรถบ้านเชิด ในวันและเวลาเกิดเหตุ หากผู้ใดมีภาพจากกล้องหน้ารถหรือคลิปวิดีโอที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ ขอให้ช่วยติดต่อครอบครัวหรือส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการสอบสวนและค้นหาข้อเท็จจริง

“ครอบครัวไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความจริงและความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต อยากให้คดีมีความคืบหน้าอย่างชัดเจน หากมีผู้เห็นเหตุการณ์หรือมีคลิปหลักฐาน ขอความกรุณาช่วยส่งข้อมูลให้ด้วย เพราะตอนนี้ครอบครัวสูญเสียคนในบ้านไปถึง 2 คน และยังมีผู้บาดเจ็บที่ต้องรักษาตัว จึงอยากให้เรื่องนี้ได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา” นายเอ้กล่าว

ทั้งนี้ ครอบครัวผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้พนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน ชี้แจงความคืบหน้าของคดี และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม โดยยังต้องรอผลการสอบสวนเพื่อสรุปสาเหตุและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน