ตรวจเก็บหลักฐานบ่อน้ำใน สภ.บ้านคา หลังแม่ผู้ต้องหาตกน้ำเสียชีวิต ตร.แก้ปัญหาเบื้องต้น เอาโอ่งมากั้น ผู้การฯ ราชบุรี สั่งเร่งปรับปรุงให้เสร็จใน 7 วัน
วันที่ 14 ต.ค.69 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดราชบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อน้ำภายใน สภ.บ้านคา จ.ราชบุรี หลังเกิดเหตุ นางพัชรา แม่ของผู้ต้องหา พลัดตกลงไปในบ่อน้ำจนเสียชีวิต เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพพื้นที่เกิดเหตุและตรวจสอบข้อเท็จจริง
การตรวจสอบพบว่า บ่อน้ำมีความลึกประมาณ 2.60 เมตร ขอบบ่อปูนสูงประมาณ 50 เซนติเมตร และไม่มีรั้วกั้นโดยรอบ เบื้องต้น พ.ต.อ.ธีรพร วิจิตรบรรณาการ ผกก.สภ.บ้านคา ได้นำโอ่งน้ำ 15 ใบ มาวางปิดกั้นบริเวณขอบบ่อ เพื่อป้องกันอันตรายและเพิ่มความปลอดภัยในเบื้องต้น
ต่อมาเวลา 14.10 น. พล.ต.ต.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผบก.ภ.จว.ราชบุรี เดินทางมายัง สภ.บ้านคา เพื่อสอบถามตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ พร้อมลำดับเหตุการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิต
พ.ต.อ.ธีรพร ผกก.สภ.บ้านคา และ พ.ต.ท.ชุมพล สุขภักดี รอง ผกก.ป.สภ.บ้านคา ได้ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ว่า หลังญาติแจ้งพบรองเท้าของผู้เสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำ เจ้าหน้าที่ได้ประสานขอรถดับเพลิงจาก อบต.บ้านคา และหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ โดยญาติได้ช่วยประสานงานอีกทางหนึ่งด้วย
ส่วนประเด็นเรื่องการตั้งด่านที่ญาติยังติดใจนั้น เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า เป็นการตั้งด่านตามคำสั่งของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีการดำเนินการในหลายพื้นที่ รวมถึงสถานีตำรวจทั้ง 16 แห่งในจังหวัดราชบุรี โดยเมื่อได้รับแจ้งว่ามีบุคคลสูญหาย เจ้าหน้าที่ได้เดินทางกลับมาดำเนินการและประสานความช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่ามีการบันทึกลำดับเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด
พล.ต.ต.พัลลภ เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยพบว่าจำเป็นต้องปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในโรงพัก ทั้งระบบไฟส่องสว่าง ซึ่งมีข้อมูลว่าในวันเกิดเหตุมีฝนตกและไฟฟ้าดับ รวมถึงการติดตั้งราวกั้นรอบบ่อน้ำ หรือพิจารณาถมปิดบ่อเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
ทั้งนี้ ได้กำหนดกรอบเวลา 7 วัน สำหรับการดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อรับฟังข้อเรียกร้องและหาแนวทางเยียวยาอย่างเหมาะสม
ภายหลังการตรวจสอบ พล.ต.ต.พัลลภ ได้พูดคุยกับ นายสมบัติ พ่วงแจงงาม นายก อบต.บ้านคา ซึ่งเป็นพี่ชายของผู้เสียชีวิต และนายอธิบดี ลูกชายของผู้เสียชีวิต เพื่อหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาและการดูแลครอบครัวในระยะต่อไป
พล.ต.ต.พัลลภ ระบุว่า การพูดคุยทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจกันในระดับหนึ่ง โดยตำรวจจะนำข้อเสนอของครอบครัวไปพิจารณาปรับปรุงพื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงหารือเรื่องการดูแลพ่อของผู้เสียชีวิต ซึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังหลังสูญเสียภรรยา ขณะที่ลูกชายต้องเดินทางไปทำงานที่ จ.นนทบุรี พร้อมพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัว
ด้าน นายสมบัติ นายก อบต.บ้านคา กล่าวว่า ได้เสนอให้โรงพักเร่งปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยภายในสถานีตำรวจ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก เนื่องจากสถานีตำรวจเป็นสถานที่ที่ประชาชนต้องพึ่งพาและเข้ามาขอความช่วยเหลือ
ขณะที่ นายอธิบดี ลูกชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ตนมีความเข้าใจกันในระดับหนึ่ง โดยในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ตนเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเพียงคนเดียว ส่วนจะมีตำรวจนอกเครื่องแบบอยู่ด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ
สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ที่แบ่งออกเป็นสองฝ่าย นายอธิบดี กล่าวว่า ในส่วนของตนที่กระทำผิดกรณีเมาแล้วขับก็ได้รับโทษไปแล้ว ส่วนกรณีที่แม่พลัดตกบ่อน้ำภายในโรงพักจนเสียชีวิต เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการต่อไป
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญของเหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน การชี้แจงลำดับเหตุการณ์ และการปรับปรุงความปลอดภัยภายในสถานีตำรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำอีกในอนาคต