สาวร่ำไห้ ขอความเป็นธรรม รถไถรองนายกอบต. โผล่ตัดหน้า สามีขี่จยย.พุ่งชนเสียชีวิต ตัวเองสาหัสเลือดคั่งในสมอง ฟื้นอีกทีร่างสามีเผาไปแล้ว ตำรวจบอกแค่เจ็บธรรมดา
วันที่ 15 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ศุภาพิชญ์ หรือมิ้น อายุ 24 ปี ชาวบ้าน หมู่ 2 บ้านสาวเอ้ ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เกรงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากที่เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา สามีขี่รถจักรยานยนต์ไปรับตนซึ่งทำงานอยู่คลินิกฟันแห่งหนึ่งใน อ.คูเมือง
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตอนนั้นเวลาประมาณ 20.30 น. ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 3 กม. ได้มีรถไถนาคันใหญ่ขับพุ่งออกมาจากข้างทางสามีพยายามหักหัวออกแต่ไม่ทันรถจักรยานยนต์พุ่งชนตรงผานไถ ตนกับสามีกระเด็นไปคนละทิศละทาง
หลังจากนั้นไปรู้สึกตัวอีกทีอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ หลังรู้สึกตัวก็ผ่านไปแล้ว 4 วัน เพราะถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลคูเมืองเนื่องจากอาการสาหัส และมาทราบว่าสามีได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและฌาปนกิจศพไปแล้ว ส่วนตัวเองหมอแจ้งว่ากะโหลกใบหน้าร้าวหลายจุด เลือดคั่งในสมอง
วันที่ 11 ก.ย.หมอให้กลับมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านได้ แต่ต้องใส่โครงเหล็กใบหน้าพูดไม่ได้ รวมรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 12 วัน ต่อมาวันที่ 6 ต.ค. พนักงานสอบสวน สภ.หินเหล็กไฟ ได้เรียกตนไปสอบตนก็ให้การไปตามความจริง แต่ตนสงสัยและยังงงกับความเห็นของพนักงานสอบสวน ที่ระบุว่าตนบาดเจ็บธรรมดาทั้งที่อาการของตนปางตาย
น.ส.มิ้น กล่าวด้วยว่าตนเองเป็นชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ไม่มียศ ไม่มีตำแหน่งเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ที่มักจะเอื้อประโยชน์ให้กัน จึงมาร้องต่อสื่อให้สะท้อนการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเงินเยียวยาที่ตนน่าจะได้รองนายกฯแจ้งว่า“ให้ไปฟ้องเอา”
ขณะที่นายพยน อายุ 45 พ่อของ น.ส.มิ้น เล่าว่า คืนเกิดเหตุตนได้ไปดูสถานที่ด้วยตัวเอง เบื้องต้นไม่พบรถไถคู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุแต่ชาวบ้านพอรู้ว่ารถไถคันดังกล่าวเป็นของใคร เวลาผ่านไป 4 วัน ได้มีรองนายกอบต.แห่หนึ่งในอำเภอแคนดง ออกมารับว่าเป็นรถของตัวเองที่ไปประสบเหตุ
พร้อมกับนำตัวนายทองใบ เชิญประโคน ตำแหน่งประธานสภา อบต.มารับสารภาพว่าเป็นคนขับรถไถคันเกิดเหตุ สิ่งที่ตนเองสงสัยคือหลังเกิดเหตุทำไมคนขับรถไม่หยุดให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่ขับรถหนีไป การมามอบตัวหลังจากเกิดเหตุได้ 4 วัน ถือว่าเป็นการชนแล้วหนีหรือไม่ ซึ่งตำรวจไม่ได้ตั้งข้อหาดังกล่าว
ส่วนตัวมองว่าเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวตนหรือไม่ อยากให้ทำคดีแบบตรงไปตรงมา ตอนนี้ลูกสาวได้เงินเยียวยาจาก พรบ.จากค่ารักษาตามจริงเท่านั้น แต่จะต้องมารักษาตัวเองอีกนานเพราะกระทบต่อใบหน้าซึ่งการรักษาต้องละเอียดอ่อน อยากให้ผู้รู้มาแนะนำการดำเนินการหลังจากนี้




