กรมอนามัย เตือน น้ำท่วม เขตอุตสาหกรรม ปราจีนบุรี สารพิษรั่วไหล ห้ามใช้น้ำ-จับสัตว์กิน แนะ8ข้อ สังเกตอาการ-ป้องกันตนเอง เคร่งครัด เวียนศีรษะแน่นหน้าอกหายใจติดขัด พบแพทย์ด่วน

15 ต.ค. 69 – นพ.ธิติ แสวงธรรรม อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรณีน้ำท่วม ในพื้นที่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม ที่ใช้สารเคมีกลุ่มปิโตรเลียม น้ำมันดิบ น้ำมันหล่อลื่น หรือสารตัวทำละลาย ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี

อาจทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารไฮโดรคาร์บอน เช่น เบนซีน โทลูอีน เอทิลเบนซีน ไซลีน สาร PAHs ซึ่งหากได้รับสัมผัส อาจมีผลต่อสุขภาพทำให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ รวมถึงผิวหนังแดง คัน หรือเกิดผื่น โดยเฉพาะบริเวณที่พบคราบน้ำมันหรือมีกลิ่นสารเคมีผิดปกติ

นพ.ธิติ กล่าวว่า กรมอนามัย จึงขอให้ประชาชนสังเกตอาการ และป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด 1. งดใช้น้ำจากแหล่งที่สงสัยว่าปนเปื้อน ทั้งดื่มกิน อาบน้ำ แปรงฟัน ล้างหน้า และรดผัก รวมถึงกิจกรรมอื่นที่อาจทำให้สารปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย 2. ใช้น้ำประปาที่ได้มาตรฐานหรือน้ำดื่มบรรจุขวด

3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนโดยตรง ไม่ลงเล่นน้ำหรือลุยน้ำบริเวณที่พบคราบน้ำมันหรือมีกลิ่นสารเคมี หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ให้สวมรองเท้าบูท ถุงมือ และเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายมิดชิด

4.หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือยางยาว และเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายมิดชิด เพื่อลดโอกาสสัมผัสสารเคมีโดยตรง

“5.รีบล้างร่างกายหลังสัมผัสน้ำปนเปื้อน ใช้น้ำสะอาดและสบู่ล้างออกทันที ไม่ปล่อยให้สารเคมีแห้งติดผิวหนัง หากสารเคมีเข้าตาหรือเกิดอาการระคายเคือง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากอย่างน้อย 15 นาที

6. งดจับ เก็บ และบริโภคสัตว์น้ำหรือพืชน้ำจากแหล่งเสี่ยง จนกว่าจะมีการประเมินความปลอดภัย เนื่องจากสารไฮโดรคาร์บอน โดยเฉพาะกลุ่ม PAHs อาจสะสมในเนื้อเยื่อและไขมันของสัตว์น้ำได้

7.หลีกเลี่ยงการสูดดมไอระเหยสารเคมี หากมีกลิ่นฉุนหรือกลิ่นผิดปกติ ควรรีบออกจากพื้นที่ไปยังบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท และ 8.หากมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก หายใจติดขัด ผื่นแดง คัน หรือระคายเคืองตาอย่างรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที” นพ.ธิติ กล่าว

ด้าน นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ขอให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนปนเปื้อน ไม่ควรนำสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำที่เสี่ยงปนเปื้อนมาปรุงประกอบอาหาร เนื่องจากสารบางชนิด เช่น เบนซีนและ PAHs อาจผ่านรกไปสู่ทารกในครรภ์หรือส่งผ่านทางน้ำนมได้

ขณะที่ ไอระเหยของสารเคมีบางชนิดอาจส่งผลต่อพัฒนาการของทารกและเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด สำหรับเด็กเล็กผู้ปกครองต้องดูแลไม่ให้เด็กเล่นน้ำหรือสัมผัสโคลนปนเปื้อน และล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร

ส่วนผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหอบหืด โรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคผิวหนัง ควรระวังอาการกำเริบจากการสัมผัสสารเคมีหรือสูดดมไอระเหย ควรเตรียมยาที่จำเป็น เช่น ยาพ่นสำหรับผู้ป่วยหอบหืดและยาแก้แพ้ พร้อมจัดหาน้ำสะอาด สำหรับดื่มและใช้ หากมีอาการเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก ไอมากผิดปกติ หรือหายใจติดขัด ควรรีบพบแพทย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน