บุรีรัมย์ ชาวบ้านปะคำ พบไหดินเผาโบราณ คาดอายุนับพันปี ฝังอยู่กลางไร่มันสำปะหลัง เจ้าของเผยเรื่องชวนขนลุก พี่สาวฝันเห็นแสงสีขาวลอยจากทิศตะวันตกผ่านโบสถ์เก่าวัด ก่อนพบไหเก่าแก่ ครอบครัวเชื่อเป็นสิริมงคล ยินดีส่งมอบให้ กรมศิลปากร ตรวจสอบ เก็บรักษาเป็น สมบัติของชาติ
15 ต.ค. 69 – พ.อ.อ.ชาลี แจ้งรัมย์ นายอำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายอภิชัย อุไรรัมย์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลปะคำ ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมจุดอำเภอปะคำ
ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีชาวบ้านพบไหเก่าแก่ ฝังอยู่ในไร่มันสำปะหลัง บริเวณด้านทิศตะวันตกของหมู่ 9 บ้านประชาสามัคคี ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ

เบื้องต้นพบเป็นไหดินเผาลักษณะเก่าแก่ สันนิษฐานว่าอาจเป็นโบราณวัตถุที่มีอายุประมาณ 1,000 ปี หรืออยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันอายุและยุคสมัยที่แน่ชัดได้ ต้องรอผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีของกรมศิลปากรตรวจสอบตามหลักวิชาการ
นายประกัน ดวงนิล อายุ 65 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลปะคำ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ญาตินำรถไถเข้าไปไถพรวนดินในไร่มันสำปะหลัง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ระหว่างนั้นผาลไถได้ไปเกี่ยวเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ฝังอยู่ใต้ดิน เมื่อหยุดตรวจสอบจึงพบว่าเป็นไหเก่าลักษณะคล้ายไหโบราณ สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก
หลังพบไห ญาติได้นำเรื่องไปแจ้งให้คนในครอบครัวทราบ ก่อนจะนำไหขึ้นจากพื้นที่และเคลื่อนย้ายมาเก็บไว้ที่บ้าน จากนั้นแจ้งให้นายอำเภอปะคำทราบ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
นายประกัน กล่าวว่า ครอบครัวใช้พื้นที่ดังกล่าวปลูกมันสำปะหลังมานานกว่า 10 ปี และมีการนำรถไถลงไถพรวนดินเป็นประจำทุกปี แต่ไม่เคยพบวัตถุเก่าแก่ลักษณะนี้มาก่อน จึงรู้สึกแปลกใจ ที่จู่ ๆ กลับพบไหฝังอยู่ใต้ดิน
นางละเมียด วานไธสง อายุ 69 ปี พี่สาวของนายประกัน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ฝันเห็นแสงสีขาวสว่างปรากฏขึ้นจากทางทิศตะวันตก ลอยผ่านบริเวณหลังคาโบสถ์เก่าแก่ของวัดโพธิ์ย้อย ก่อนเคลื่อนลงไปบริเวณกลางโบสถ์
ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยฝันเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน และเมื่อทราบข่าวว่าญาติพบไหเก่าฝังอยู่กลางไร่มันสำปะหลัง จึงอดเชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งสองเข้าด้วยกันตามความเชื่อส่วนตัวไม่ได้ แต่มองว่าน่าจะเป็นเรื่องดีและเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว
นางละเมียด ยังบอกอีกว่า ทางครอบครัวพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อให้เป็นสมบัติของแผ่นดินและเปิดโอกาสให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอปะคำได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรมศิลปากรในพื้นที่เขาพนมรุ้ง เพื่อเข้ามาตรวจสอบรูปทรง เนื้อดิน เทคนิคการผลิต และลักษณะทางโบราณคดีของไหดังกล่าว ก่อนประเมินอายุและยุคสมัยที่แท้จริง
ทั้งนี้ การสันนิษฐานว่าไหมีอายุกว่า 1,000 ปี ยังเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปทางวิชาการ จึงต้องรอผลตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยืนยันอีกครั้ง
