ถ้าใช้ปืนได้น่าจะปลอดภัยมากกว่านี้! ผู้ใหญ่บ้านได้ยินเสียงเมียเรียก ออกมาดูเจอชายกำลังใช้มีดแทง วิ่งกลับเข้าบ้านหมายจะหยิบปืนออกมา แต่นึกได้ช่วงนี้กฎหมายห้าม เปลี่ยนใจคว้าเครื่องม้วนผมไปสู้กับคนร้ายแทน จนถูกแทงหลายแผล

วันที่ 16 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคลิปวิดีโอวงจรปิด จับภาพนาทีเกิดเหตุชุลมุน โดยมีชายคนหนึ่งถือมีดยืนจ้วงแทงผู้หญิงที่เสียหลักล้มลงถนน ส่วนฝ่ายหญิงก็ใช้เท้าถีบต่อสู้ กระทั่งมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาจากบ้านพร้อมของในมือไล่ฟาดป้องกันตัว กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันล้มไปทั้งคู่ จนชาวบ้านแถวนั้นมาช่วยกับจับตัวไว้

ต่อมาเวลา 13.30 น.วันที่ 16 ต.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้จับกุมตัวคนก่อเหตุทราบชื่อคือ นายวิชิต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ดอนหัวฬ่อ แต่กลับพูดจาไม่รู้เรื่อง จึงนำตัวส่ง รพ.ชลบุรี เพื่อตรวจร่างกาย โดยเหตุเกิดบริเวณหน้าที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี ต่อมาผู้ใหญ่ทดและภรรยาได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ชลวิทย์ อธิพันธ์สีห์ สว.(สอบสวน) สภ.ดอนหัวฬ่อ

นายศักรินทร์ อายุ 39 ปี สท.เทศบาลเมืองดอนหัวฬ่อ เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งตนจึงรีบประสานไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจให้รีบรุดเข้าที่เกิดเหตุและจับกุมคนร้ายได้ จากที่เห็นเหตุการณ์ก็คือการปกป้องตนเองหรือปกป้องคนอื่นทำได้ยาก จากการที่ดูคลิปหมายถึงจะเอาชีวิตเลยทีเดียว และตอนนี้ที่มีกฏหมายต้องห้ามใช้อาวุธปืนหรือพกอาวุธปืน อยากให้ผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องได้พิจารณาดูว่าการปกป้องตัวเองหรือปกป้องคนอื่นทั้งๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น จะต้องมีอาวุธปืนไว้คุ้มกันตนเอง และปกป้องลูกบ้านได้หรือไม่

ด้าน น.ส.ณัฐลดา อายุ 30 ปี ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน พบว่ามีแผลถลอกที่แขน หัวเข่า กล่าวว่า จู่ๆ ชายคนดังกล่าวก็เดินมาที่หน้าบ้าน ก่อนจะด่าผู้ใหญ่บ้าน เรียกให้ออกมา ตนจึงออกไปดู หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ชักมีดพุ่งมาแทงตนทันที ตนก็ต่อสู้ตามคลิปที่เห็น ถ้าสู้ไม่ได้คงโดนแทงไปแล้ว โชคที่ที่ผู้ใหญ่บ้านออกมาช่วยทัน

จากการสอบถาม นายนววิช อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ดอนหัวฬ่อ ซึ่งมีบาดแผลถูกแทงที่ท้อง 2 แผล ใบหน้า 2 แผล นิ้วโป้งเท้าซ้าย 1 แผล ก่อนเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังนอนอยู่ในบ้าน จากนั้นก็ได้ยินเสียงภรรยาเรียกจึงวิ่งออกมาดู เห็นคนร้ายกำลังไล่แทงภรรยาตนอยู่ จึงวิ่งกลับเข้าบ้านจะไปเอาปืน แต่นึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้ปืนใช้ไม่ได้ และห้ามพกพาอาวุธปืนด้วย ตนจึงหยิบเครื่องม้วนผมไฟฟ้าออกมาตีผู้ก่อเหตุ ก่อนจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงล้มลงไปทั้งคู่ กระทั่งมีชาวบ้านมาช่วยจับตัวเอาไว้ได้

ตนก็ไม่รู้สาเหตุอะไรที่เขามาทำแบบนี้ ที่ผ่านมามีปัญหาอะไรตนก็ช่วยเหลือตลอด แต่พักหลังเขาเหมือนจะเพี้ยนหรือคลุ้มคลั่ง เนื่องจากเลิกกับภรรยา แล้วแยกทางกัน ทำให้เขาเครียดกินเหล้าตลอด จนเป็นสาเหตุอาจะทำให้คลุ้มคลั่งได้ ตนอยากให้หน่วยงานพิจารณาเรื่องการพกพาอาวุธปืน เนื่องจากตนต้องปกป้องตนเองและปกป้องลูกบ้าน

ทางด้าน นางแดง (นามสมมติ) อดีตภรรยาผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตนอยู่กินกับผู้ก่อเหตุมา 5 ปี ไม่มีลูกด้วยกัน เมื่อก่อนก็ไม่เห็นเป็นแบบนี้ ช่วงหลังมากินเหล้าขาวหนักทุกวัน แต่ไม่มีอาการที่จะทำร้ายใครหรือทำร้ายตน แต่จะมีเพียงอาการนั่งพูดคนเดียวเออออคนเดียว โดยช่วงหลังตนเห็นอาการหนักจึงแยกทางไปอยู่ที่อื่น อยากมาถามว่า ไปทำผู้ใหญ่บ้านทำไม เขาดีขนาดนั้น ผู้ใหญ่ช่วยเหลือมาตลอด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน