เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” กวาดล้างบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ของลักลอบหนีภาษี 2.2 ล้านบาท สกัดเส้นทางลำเลียงสินค้าผิดกฎหมายจากภาคใต้เข้าสู่พื้นที่ชั้นในอย่างเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2569 เจ้าหน้าที่สนธิกำลังตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนเพชรเกษม บริเวณด่านตรวจห้วยยาง อ.ทับสะแก ตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย ผลการตรวจค้นพบสินค้าลักลอบหนีภาษีหลายรายการ ประกอบด้วย

1.บุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 9,650 ซอง 193,000 มวน มูลค่าและค่าภาษีอากร 2,180,900 บาท
2.บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 63 ชิ้น มูลค่าและค่าภาษีอากร 25,200 บาท 3.อินทผลัม กล่อง 5 กิโลกรัม จำนวน 19 กล่อง มูลค่าและค่าภาษีอากร 9,500 บาท
4.อินทผลัม กล่อง 500 กรัม จำนวน 8 กล่อง มูลค่าและค่าภาษีอากร 800 บาท
5.ชาต่างประเทศ จำนวน 1 ถุง มูลค่าและค่าภาษีอากร 120 บาท
6.แป้งตอติญ่า จำนวน 3 ถุง มูลค่าและค่าภาษีอากร 336 บาท
7.แครกเกอร์ต่างประเทศ จำนวน 12 ถุง มูลค่าและค่าภาษีอากร 720 บาท 8
.ซีเรียลต่างประเทศ จำนวน 48 กระปุก มูลค่าและค่าภาษีอากร 1,920 บาท
9.สุราต่างประเทศ จำนวน 2 ขวด มูลค่าและค่าภาษีอากร 2,400 บาท
รวมมูลค่าและค่าภาษีอากรรวม 2,221,896 บาท โดยไม่พบหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับการปฏิบัติการตามแผนพิทักษ์คีรีขันธ์ ตลอดห้วงตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 16 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นรถยนต์เป้าหมายและสามารถจับกุมดำเนินคดีได้รวมทั้งสิ้น 19 คดี ตรวจยึดของกลางผิดกฎหมายได้หลากหลายประเภท
โดยรายการสำคัญได้แก่ บุหรี่ต่างประเทศ 17,259 แท่ง หรือ 3,451,800 มวน รวม 39,438,713 บาท บุหรี่ไฟฟ้าและหัวน้ำยา 502 ชิ้น รวม 260,357.40 บาท สุราต่างประเทศ 12 ขวด รวม 9,400 บาท กระเป๋าแบรนเนมปลอม 23 ใบ รวม 132,894 บาท
ทั้งนี้ รวมมูลค่าของกลางและค่าภาษีอากรที่สามารถตรวจยึดได้จากการปฏิบัติการมีมูลค่าสูงถึง 39,937,507.60 บาท
การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการนำเข้า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และเร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายผู้กระทำผิดต่อไป
ทั้งนี้ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนเชิงลึก พบว่า ขบวนการค้าสินค้าเถื่อนได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการลักลอบอย่างซับซ้อน
โดยเปลี่ยนจากการขนถ่ายด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่คราวละมากๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกตรวจพบ หันมาใช้ยุทธวิธี “สงครามส่งด่วน” ด้วยการกระจายสินค้าแบบกองทัพมดผ่านระบบขนส่งพัสดุด่วนเอกชน มีพฤติการณ์อำพรางข้อมูลผู้ส่งและผู้รับโดยใช้ชื่อปลอมหรือบัญชีม้า
พร้อมจ่าหน้ากล่องพัสดุเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค อะไหล่ยนต์ หรือของใช้ในครัวเรือน จากนั้นจึงกระจายส่งสินค้าครั้งละหลายร้อยชิ้นจากศูนย์กระจายสินค้าชายแดนภาคใต้เข้าสู่ระบบคัดแยก เพื่อปะปนไปกับพัสดุถูกกฎหมายของประชาชนทั่วไป ก่อนจะส่งตรงไปยังปลายทางทั่วประเทศอย่างรวดเร็วภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง
ควบคู่ไปกับการเปิดช่องทางสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดียกลุ่มปิด ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่ทำงานกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่นายทุนนำเข้า ผู้ดูแลสต็อกสินค้า ทีมบรรจุหีบห่อ ตลอดจนผู้ประสานงานจัดส่ง ทำให้ยากต่อการสกัดจับหากขาดข้อมูลการข่าวที่แม่นยำ
สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงในหลายมิติ ขบวนการดังกล่าวได้ทำลายระบบการคลังและรายได้ของแผ่นดินอย่างมหาศาล เนื่องจากการลักลอบนำเข้าบุหรี่และสุราเถื่อนทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเพื่อมหาดไทยปีละหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่ควรนำไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และระบบสาธารณสุขของประเทศ
ขณะเดียวกันยังบั่นทอนเสถียรภาพทางการค้าที่เป็นธรรม เพราะสินค้าหนีภาษีมีต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง เมื่อถูกปล่อยสู่ตลาดในราคาถูกจึงบิดเบือนกลไกตลาด และสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อการยาสูบแห่งประเทศไทย เกษตรกรผู้ปลูกใบยา ตลอดจนผู้ประกอบการร้านค้าที่ดำเนินธุรกิจและเสียภาษีอย่างสุจริต
นอกจากนี้ สินค้าผิดกฎหมายดังกล่าวยังเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน เนื่องจากบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย จึงมักตรวจพบการปนเปื้อนของโลหะหนัก สารเคมีตกค้าง และสารก่อมะเร็งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน

อีกทั้งช่องทางจำหน่ายผ่านระบบส่งด่วนยังเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่ายโดยไร้การคัดกรองอายุ ซึ่งจะกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว ที่สำคัญ เม็ดเงินกำไรมหาศาลจากธุรกิจใต้ดินเหล่านี้ยังไหลเวียนกลับไปหล่อเลี้ยงกลุ่มผู้มีอิทธิพล ขบวนการฟอกเงิน และกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติตามแนวชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศโดยตรง
ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อยู่ระหว่างการขยายผลการดำเนินคดีกับขบวนการบุหรี่เถื่อน โดย DSI จะสืบสวนสอบสวนขยายผลจากข้อมูลที่ได้มีการจับกุม และออกหมายเรียกบริษัทขนส่ง ผู้ส่งสินค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดดำเนินคดึต่อไป
หน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทาลำเลียงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป